Page 64 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๕๐
การสื่
อความหมายในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลง
และการละเล่
นพื
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ
มชาติ
พั
นธุ
เขมรมี
การละเล่
หลากหลาย ซึ
งในเพลงและการละเล่
นพื
นบ้
านของสุ
ริ
นทร์
ทั
งหมด มี
การละเล่
นที่
พั
ฒนามาจากสั
ตว์
เป็
นครั
แรก คื
อมี
การเลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการเคลื่
อนไหว และการเกี
ยวพาราสี
ที่
สนุ
กสนานร่
าเริ
ง ของตั ๊
กแตนตํ
ข้
าว มาเป็
นการเต้
น“กระโน้
ปติ
งต็
อง” เพื่
อการละเล่
น เพื่
อความสนุ
กสนานและตลกขบขั
นในหมู
บ้
าน ต่
อมา
เป็
นการแสดงที่
นิ
ยมแพร่
หลาย มี
การนํ
าไปแสดงหน้
าพระที่
นั
ง และในบางช่
วงห่
างหายขาดการส่
งเสริ
ความเป็
นมาของกระโน้
ปติ
งต็
องได้
มี
การบั
นทึ
กและเล่
าสื
บต่
อกั
นมาหลายกระแส และมี
การพั
ฒนาการสื่
ความหมายจากเดิ
มไม่
ได้
มี
ความหมายมากไปกว่
าลั
กษณะการเคลื่
อนไหวของตั
กแตนตํ
าข้
าว ซึ
งจะอธิ
บาย
การสื่
อความหมายออกเป็
น ๓ ยุ
คได้
ดั
งนี
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง(พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๕๐๖)
ในยุ
คนี
มี
บุ
คคลสํ
าคั
ญ ๓ คนที่
เป็
นผู
ก่
อตั
งและทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
อง คื
อ นายเต็
น ตระการดี
นายเหื
อน ตรงศู
นย์
ดี
และครู
ยั
นต์
ยี่
สุ
นศรี
ในช่
วงนี
เป็
นการพั
ฒนาท่
าเต้
นมาจากตั
กแตนตํ
าข้
าวกํ
าลั
งเกี
ยวพาราสี
กั
นและผสมพั
นธุ
กั
การสื่
อความหมายจากท่
าการเต้
น คื
อการงอมื
อและยกแขนเหมื
อนตั
กแตนตํ
าข้
าว และมี
การเต้
นตามแต่
จิ
นตนาการ ผู
เต้
นไม่
มี
รู
ปแบบตายตั
วโดยพอจะแบ่
งได้
ดั
งนี
๑. การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
กแตนตํ
าข้
าว
๒. การผสมพั
นธุ
ระหว่
างตั
วผู
ตั
วเมี
๓. การประดิ
ษฐ์
ท่
าทางให้
เกิ
ดความตลกขบขั
ในช่
วงนี
ไม่
ได้
เน้
นการสื่
อความหมายจากท่
าเต้
นมากนั
ก เพราะเป็
นการประดิ
ษฐ์
เนื
อร้
องประกอบท่
าทาง
ซึ
งจะอธิ
บายความหมายด้
วยภาษาร้
อง ซึ
งมี
การด้
นกลอนสดเป็
นเนื
อร้
องตามความสามารถของผู
ร้
อง
ยุ
คที่
๒ การเผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๔๐)
ในยุ
คนี
มี
นายเสนอ มู
ลศาสตร์
(นายอํ
าเภอปราสาทในขณะนั
น) ได้
เข้
าไปส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
นํ
าการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จากตํ
าบลไพล อํ
าเภอปราสาท ไปสู
การแสดงในระดั
บจั
งหวั
ดและ
ระดั
บประเทศ ทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
องเกิ
ดการแพร่
หลายมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
เมื่
อมี
นั
กปกครองและหน่
วยราชการได้
เข้
ามาร่
วมส่
งเสริ
มและพั
ฒนา เช่
น พั
ฒนาชุ
มชนอํ
าเภอ
ปราสาท ศึ
กษาธิ
การอํ
าเภอปราสาท ฯลฯ จึ
งเกิ
ดการพั
ฒนาเพื่
อให้
การแสดงมี
ความน่
าสนใจมากขึ
น และเมื่
มี
การนํ
าไปแสดงทั
งในระดั
บจั
งหวั
ด ระดั
บชาติ
โดยเฉพาะการนํ
าไปเสนอต่
อหน้
าพระที่
นั
ง จึ
งมี
การปรั
บการ