๓๖
ผลการวิ
เคราะห์
วิ
ธี
สอนในลั
กษณะดั
งกล่
าว จะช่
วยให้
ครู
สามารถใช้
วิ
ธี
สอนแต่
ละวิ
ธี
ได้
อย่
าง
สมบู
รณ์
แบบ ทํ
าให้
เกิ
ดผลอย่
างเต็
มที่
ตามวั
ตถุ
ประสงค์
ของวิ
ธี
นั
้
น ๆ วิ
ธี
ใช้
ก็
ไม่
ยุ ่
งยากซั
บซ้
อน เพี
ยงครู
ศึ
กษาองค์
ประกอบและดํ
าเนิ
นการตามขั
้
นตอนสํ
าคั
ญให้
ครบถ้
วน ก็
นั
บว่
าครู
ได้
ใช้
วิ
ธี
สอนนั
้
น ๆ อย่
าง
ถู
กต้
องและเหมาะสมกั
บลั
กษณะของวิ
ธี
สอนนั
้
น ๆ และครู
สามารถใช้
เทคนิ
คและความคิ
ดสร้
างสรรค์
ต่
าง ๆ ของตนเพิ
่
มเติ
มเพื่
อช่
วยให้
การสอนด้
วยวิ
ธี
นั
้
น ๆ มี
ประสิ
ทธิ
ภาพยิ
่
งขึ
้
น
ตั๊
กแตนตํ
าข้
าว , ตั๊
กแตนต่
อยมวย (
http://www.agri.ubu.ac.th/information/insects/insec9.html)
ตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวเป็
นตั
๊
กแตนที่
มี
ประโยชน์
ต่
อการเกษตร เพราะเป็
นแมลงที่
กิ
นแมลงศั
ตรู
พื
ช
เป็
นอาหาร ขาหน้
าที่
มี
ขนาดใหญ่
ของมั
น ใช้
ในการจั
บเหยื่
อ ขณะทํ
าการจั
บเหยื่
อตั
๊
กแตนจะทํ
าท่
ายกขา
หน้
าและโยกไปมาคล้
ายจะต่
อยมวย ขณะทํ
าการผสมพั
นธุ
์
ตั
วเมี
ยอาจจะจั
บตั
วผู
้
กิ
นเป็
นอาหาร
ตั ๊
กแตนซ้
อมข้
าว หรื
อ ตั
๊
กแตนชกมวย
ชื่
อนี
้
จึ
งเรี
ยกตามลั
กษณะท่
าทางของมั
น ที่
คอยยกขาหน้
าขึ
้
นลง คล้
ายคนกํ
าลั
งยกสากซ้
อมข้
าว
ในครก หรื
อเหมื
อนกั
บนั
กมวยที่
ยกแขนตั
้
งท่
ามวย แต่
ฝรั ่
งจะมองผิ
ดไปจากคนไทยโดยจะมองว่
า
มั
นกํ
าลั
งยกมื
อสวดมนต์
ภาวนาจึ
งเรี
ยกมั
นว่
า แมนติ
ส ( Mantis ซึ
่
งแปลว่
า เพชฌฆาตสวดมนต์
)
ได้
มี
นั
กวิ
ทยาศาสตร์
ชาวสวี
เดนต์
ชื่
อ ลิ
นเนี
ยส ได้
ตั
้
งชื่
อตั ๊
กแตน ชนิ
ดนี
้
ว่
า
Mantis religiosa
( สายพั
นธุ
์
โลกเก่
า )
ตั๊
กแตนตํ
าข้
าว
พบกระจายทั
่
วโลกในเขตร้
อน และเขตอบอุ
่
นมี
ประมาณ 1800 สายพั
นธุ
์
ในประเทศไทยมี
การพบ ตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวหลายชนิ
ด โดยเฉพาะพั
นธุ
์
Hierodula bipapilla Serve
และ
H.membranceus Burm
ซึ
่
งมี
ขนาดค่
อนข้
างใหญ่
ขนาดหลอดกาแฟยาว ๒-๓ นิ
้
ว สี
เขี
ยวคล้
ายใบไม้
ตั๊
กแตนตํ
าข้
าว
เป็
นสั
ตว์
ที่
มี
ขาคู
่
หน้
า ที่
แข็
งแรงแตกต่
าง ไปจาก ตั
๊
กแตนชนิ
ดอื่
นๆ และย ั
ง
มี
ขอบหย ั
กคล้
ายซี่
เลื่
อยแหลมคมงอกขึ
้
นมาตาม ท้
อง ขาท่
อนปลายสุ
ด และ ท่
อนกลาง ไว้
ช่
วยตะปบ
เหยื่
อ ไม่
ให้
หลุ
ดก่
อนที่
จะกิ
นโดยเฉพาะ ท่
อนขาช่
วงกลางนั
้
น โตผิ
ดปกติ
โค้
งงอคล้
ายใบมี
ดคล้
าย
แขนนั
กเพาะกาย นอกจากนี
้
ส่
วนหั
วที่
หมุ
นได้
เกื
อบรอบและมี
ตาทั
้
งคู
่
โปนเด่
นออกมาสามารถที่
จะ
กรอกตาได้
รอบๆ เพื่
อจ้
องจั
บเหยื่
อไม่
ให้
คลาดสายตา... ดวงตาที่
จ้
องมองเหยื่
อคล้
ายสะกด ไม่
ให้
หนี
รอดไปได้
ต่
อมาเมื่
อเข้
าใกล้
ระยะจู
่
โจม ก็
จะตะปบเหยื่
อด้
วยขาคู
่
หน้
า พร้
อมรั
ดให้
แน่
นด้
วยซี่
เลื
้
อยท้
องขา ตามปกติ
ถ้
าไม่
ตื่
นกลั
ว มั
กจะคลานไต่
ไปตามต้
นไม้
เพื่
อหากิ
นอิ
สระ
ตั๊
กแตนตํ
าข้
าว
จะไม่
บิ
นรวมกั
นเป็
นฝู
ง.... และ สามารถเปลี่
ยนสี
พรางตั
วให้
เข้
ากั
บ
สภาพแวดล้
อมที่
อยู
่
ได้
เช่
นพั
นธุ
์
Hyminopus cornatus
หรื
อ พั
นธุ
์
Tarachodes
การพรางตั
ว
ทํ
าให้
มั
นดํ
ารงชี
วิ
ตอยู
่
ได้
อย่
างปลอดภั
ยจาก ศั
ตรู
ที่
โตกว่
าจั
บกิ
น
ตั๊
กแตนตํ
าข้
าว
เมื่
อถึ
งวั
ยเจริ
ญพั
นธุ
์
หลั
งจากจั
บคู
่
ผสมพั
นธุ
์
เสร็
จแล้
ว ตั
วผู
้
ซึ
่
งมี
ขนาดเล็
กกว่
า
ตั
วเมี
ย เท่
าตั
วจะถู
กกั
ดกิ
น สอง สามวั
นต่
อมา ตั
วเมี
ยจะหั
นหั
วลงขั
บเมื
อกหุ
้
มไข่
เกาะตามใบไม้
กลายเป็
นรั
งที่
แข็
งแรง ปลอดภั
ย โดยมี
แม่
คอยเฝ้
าหวงรั
ง