๑
บทที่
๑
บทนํ
า
“เอกอั
ครราชู
ปถั
มภกมรดกวั
ฒนธรรมไทย”
พระราชสมั
ญญา
สมเด็
จพระเทพรั
ตนราชสุ
ดา เจ้
าฟ้
ามหาจั
กรี
สิ
ริ
นธร รั
ฐสี
มาคุ
ณากรปิ
ยชาติ
สยามบรมราชกุ
มารี
“…ทู
ลกระหม่
อม ได้
มี
ราชสมภพในแวดวงแห่
งความรั
กชาติ
และการเสี
ยสละเพื่
อชาติ
อั
นจะเห็
นได้
โดยชั
ด
แจ้
งจากสมเด็
จพระบรมชนกนาถ และสมเด็
จพระราชชนนี
ได้
ทรงพระเจริ
ญเติ
บโตขึ้
นมาในที่
ที่
เป็
นแหล่
ง
แห่
งศิ
ลปะและวั
ฒนธรรมทั้
งปวง
ตามธรรมเนี
ยมประเพณี
ที่
เคยมี
มาแต่
ก่
อนคื
อราชสํ
านั
ก ทรงได้
รั
บ
การศึ
กษาในอั
กษรศาสตร์
ศิ
ลปศาสตร์
โบราณคดี
และสรรพวิ
ชาอื่
น ๆ อั
นจั
กเอื
้
ออํ
านวยให้
บํ
าเพ็
ญพระราช
กรณี
ยกิ
จในทางอนุ
รั
กษ์
และสร้
างสรรค์
ศิ
ลปะและวั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
ได้
มาก ประกอบกั
บพระราชหฤทั
ยอั
น
เด็
ดเดี่
ยวกล้
าหาญที่
จะเข้
ารั
บภาระแห่
งการอนุ
รั
กษ์
ฟื
้
นฟู
ศิ
ลปะและวั
ฒนธรรมไทยนี
้
ไปเป็
นพระราชภาระ
ของพระองค์
และทรงบํ
าเพ็
ญพระราชกรณี
ยกิ
จในข่
ายแห่
งพระราชภาระนี
้
มาเป็
นเวลานานหลายปี
…”
พล. ตรี
. ม.ร.ว.คึ
กฤทธิ
์
ปราโมช
(จากบทนํ
าหนั
งสื
อ “สมเด็
จพระเทพรั
ตนราชสุ
ดา ฯ สยามบรมราชกุ
มารี
กั
บการอนุ
รั
กษ์
มรดกไทย
กรมวิ
ชาการ,๒๕๔๓)
๑.๑ ความเป็
นมาและความสํ
าคั
ญของการวิ
จั
ย
ทรั
พยากรสํ
าคั
ญที่
สุ
ดในโลก
นี
้
(กรมวิ
ชาการ,๒๕๔๓)มี
อยู
่
สามอย่
าง คื
อ ทรั
พยากรธรรมชาติ
ทรั
พยากร
มนุ
ษย์
และ
ทรั
พยากรวั
ฒนธรรม
ทรั
พยากรธรรมชาติ
เป็
นสิ
่
งที่
ธรรมชาติ
สร้
าง มี
ความสํ
าคั
ญที่
สุ
ดต่
อการย ั
ง
ชี
พของมนุ
ษย์
ทรั
พยากรมนุ
ษย์
นั
บได้
ว่
าธรรมชาติ
เสริ
มสร้
างเช่
นกั
น และให้
มี
คุ
ณสมบั
ติ
พิ
เศษ คื
อ สติ
ปั
ญญา
ที่
จะพั
ฒนาตนและสั
งคมไปสู
่
อารยธรรมให้
สามารถใช้
ประโยชน์
จากทรั
พยากรธรรมชาติ
ได้
อย่
างสู
งสุ
ด
ทรั
พยากรวั
ฒนธรรมนั
้
นมี
ลั
กษณะพิ
เศษ คื
อ เป็
นสิ่
งที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
นด้
วยกํ
าลั
งสติ
ปั
ญญา กํ
าลั
งกาย และ
กํ
าลั
งใจ เพื่
อใช้
ประโยชน์
สู
งสุ
ดจากทรั
พยากรธรรมชาติ
มาพั
ฒนาทรั
พยากรมนุ
ษย์
และเพื่
อความงดงามแห่
ง
จิ
ตใจ
ซึ
่
งเป็
นความปรารถนาและความสุ
ขอย่
างหนึ
่
งของมนุ
ษย์
นอกเหนื
อจากการต่
อสู
้
เพื่
อให้
มี
ชี
วิ
ตอยู
่
ทรั
พยากรวั
ฒนธรรม เป็
นทรั
พย์
สิ
นและมรดกทางสติ
ปั
ญญาของมนุ
ษย์
สื
บทอดต่
อ ๆ กั
นมาเป็
นเวลา
นั
บพั
นปี
ตั
้
งแต่
มนุ
ษย์
เริ
่
มรู
้
จั
กคิ
ดค้
นวิ
ธี
การถ่
ายทอด เช่
นการเปล่
งวาจา ทํ
าท่
าทาง เขี
ยนภาพลงผนั
งถํ
้
า และมี
การพั
ฒนาเรื่
อยมาจนถึ
งใช้
เทคโนโลยี
ทั
นสมั
ย เพื่
อการสื่
อสารในปั
จจุ
บั
นนี
้
แม้
จะถู
กกาลเวลา อุ
ปั
ทวเหตุ
โดยธรรมชาติ
หรื
อจงใจกระทํ
าโดยมนุ
ษย์
เพื่
อทํ
าลายหรื
อถู
กลื
มไปบ้
าง แต่
มรดกทางวั
ฒนธรรมก็
ได้
เพิ
่
มพู
น