๘๐
ฟ้
าร้
องทางทิ
ศพายั
พมี
หนู
เป็
นสั
ตว์
ประจํ
าทิ
ศ ทํ
านายว่
า ฟ้
าเปิ
ดประตู
หิ
น ฝน
จะตกปานกลาง ข้
าวกล้
าในนาจะได้
ผลกึ
่
งเสี
ยกึ
่
ง ปู
ปลามี
น้
อย ฝู
งคนจั
กไข้
ป ่
วย
ฟ้
าร้
องทางทิ
ศอุ
ดรมี
ช้
างเป็
นสั
ตว์
ประจํ
าทิ
ศ ทํ
านายว่
า ฟ้
าเปิ
ดประตู
เงิ
น ฝน
จะดี
ตลอด ข้
ากล้
างอกงามดี
ฝู
งคนจั
กมี
ความสุ
ขกั
นทั
่
วหน้
า
ฟ้
าร้
องทางทิ
ศอี
สานมี
ง ั
วเป็
นสั
ตว์
ประจํ
าทิ
ศ ทํ
านายว่
า ฝนจะดี
แต่
ต้
นถึ
ง
ปลายปี
ข้
าวกล้
าจะงอกงามสมบู
รณ์
ดี
คนทั
้
งปวงจะมี
ความสุ
ขเกษมทั
่
วหน้
า
นอกจากการทํ
านายเสี
ยงฟ้
าร้
องแล้
วยั
งมี
การบวงสรวงบู
ชาแม่
โพสพด้
วย
ขนม ของหวานผลไม้
ต่
างๆ พร้
อมกั
บทํ
านายฟ้
าฝนด้
วยไข่
และไก่
อย่
างไรก็
ดี
ป ั
จจุ
บั
นประเพณี
บุ
ญเบิ
กฟ้
าได้
เปลี
่
ยนรู
ปแบบจากงานบุ
ญมาจั
ดทํ
าขบวนแห่
แข่
งขั
นกั
นกั
บประเพณี
บุ
ญกุ
้
มข้
าว
ใหญ่
และบุ
ญตุ
้
มปากเล้
าแทน
อย่
างไรก็
ดี
กล่
าวได้
ว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
่
เกิ
ดขึ
้
นในภาพรวม ส่
วนหนึ
่
งได้
ร ั
บ
อิ
ทธิ
พลมาจากการเป็
นสั
งคมเกษตรกรรมซึ
่
งผู
กติ
ดกั
บป ั
จจั
ยด้
านสภาพแวดลอมและธรรมชาติ
เช่
น การปราศจากสงคราม ฯลฯ เพื
่
อให้
ผลผลิ
ตที
่
ได้
มี
จํ
านวนมากและทํ
าให้
สั
งคมมี
ความอุ
ดม
สมบู
รณ์
โดยนั
ยนี
้
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
่
เกิ
ดขึ
้
นจึ
งเป็
นสั
ญญะในการติ
ดต่
อสื
่
อสารกั
บเทพเจ้
าและผี
ผู
้
บั
นดาลความอุ
ดมสมบู
รณ์
ทั
้
งทางตรงได้
แก่
การที
่
ฝนตกตามฤดู
กาลและการปราศจากภั
ย
ธรรมชาติ
กั
บทางอ้
อมคื
อการทํ
าให้
สั
งคมมี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
และมี
ความสุ
ข ซึ
่
งสะท้
อนให้
เห็
น
จั
กรวาลวิ
ทยา (cosmology) ที
่
สะท้
อนความเป็
นส่
วนหนึ
่
งของธรรมชาติ
และรู
้
จั
กประยุ
กต์
ใช้
ธรรมชาติ
เช่
น การทํ
านายเสี
ยงฟ้
าร้
อง หรื
อการทํ
านายเมฆ เพื
่
อลดความรู
้
สึ
กไม่
มั
่
นคงในการ
ดํ
ารงชี
วิ
ต ดั
งนั
้
นเมื
่
อพุ
ทธศาสนาเข้
ามาและผสมผสานกั
บความเชื
่
อเรื
่
องผี
พื
้
นบ้
านจึ
งทํ
าให้
การกํ
า
ฟ้
า ซึ
่
งเนื
้
อแท้
คื
อการติ
ดต่
อกั
บผี
เพื
่
อให้
เกิ
ดความอุ
ดมสมบู
รณ์
ถู
กแปรเป็
นงานบุ
ญทางศาสนา
พุ
ทธได้
อี
กด้
วย
๔) ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในปั
จจุ
บั
น
แม้
ว่
าการจั
ดงานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจะให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการใช้
เวลาจั
ดงานถึ
ง ๓
วั
นทว่
าในป ั
จจุ
บั
นมี
ความแตกต่
างออกไป เนื
่
องจากการที
่
ต้
องให้
ชาวพวนอยู
่
กํ
าจนถึ
งระยะเวลา
๓ วั
นไม่
สะดวกที
่
การหยุ
ดงานระยะยาว งานวิ
จั
ยของเปรมทิ
พย์
พงษ์
นิ
ล (๒๕๔๗ : ๓๓–๓๕)
ระบุ
ว่
าการจั
ดประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
่
ตํ
าบลหลุ
มข้
าว อํ
าเภอโคกสํ
าโรง จั
งหวั
ดลพบุ
รี
ในป ั
จจุ
บั
น
คงเหลื
อระยะเวลาการจั
ดงานเพี
ยงวั
นเดี
ยว และปร ั
บเปลี
่
ยนรู
ปแบบงานโดยมี
นั
กการเมื
อง
ท้
องถิ่
นเข้
ามาร่
วมงานด้
วย เมื
่
อถึ
งวั
นขึ
้
น ๓ คํ
่
าเดื
อน ๓ ชาวพวนที
่
ตํ
าบลหลุ
มข้
าวจะหยุ
ดงาน
พร้
อมกั
บไปรวมตั
วที
่
วั
ดประจํ
าตํ
าบลในตอนเช้
าเพื
่
อทํ
าบุ
ญถวายภั
ตตาหาร
หลั
งจากนั
้
น เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ชาวพวนตํ
าบลหลุ
มข้
าวจะจั
ดงานเลี
้
ยง
เรี
ยกว่
า “ราตรี
กํ
าฟ้
าพาแลง” โดยชาวบ้
านแต่
ละครอบคร ั
วจะจั
ดสํ
าหร ั
บอาหารเลี
้
ยงผู
้
ร่
วมงานลง
ใน “พาข้
าว” พร้
อมกั
บใส่
หาบไม้
ไผ่
สานเดิ
นทางมาจากบ้
าน เมื
่
อถึ
งในงานจะวางพาเรี
ยงกั
นตาม