๑๔๓
๑. แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
(Identity)
เป็
นแนวคิ
ดที
่
สะท้
อนการที
่
คนมี
สิ่
งร่
วมเดี
ยวกั
นทั
้
ง
ทางกาย
7
ภ
7
าพและจิ
ตสํ
านึ
ก เช่
น ชาติ
พั
นธุ
์
ภาษา ศาสนา สํ
านึ
กของอดี
ตและสํ
านึ
กร่
วมของการเป็
น
สมาชิ
กในสั
งคม ซึ
่
งเกี
่
ยวพั
นกั
บการที
่
ผู
้
มี
อํ
านาจได้
แก่
ร ั
ฐในฐานะผู
้
ปรุ
งแต่
งความมี
อั
ตลั
กษณ์
เดี
ยวกั
น
และความเป็
นอื
่
นจากกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ตนเอง
๒. แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการประดิ
ษฐ์
ประเพณี
(Invention of Tradition)
แนวคิ
ดนี
้
กล่
าวถึ
ง
การประดิ
ษฐ์
ประเพณี
ว่
าเป็
นสิ่
งที
่
เกิ
ดขึ
้
นจากการประดิ
ษฐ์
ของร ั
ฐกระทั
่
งนํ
าไปสู
่
การปฏิ
บั
ติ
ตาม
ประเพณี
หรื
อกฎเกณฑ์
ต่
างๆ ให้
สื
บเนื
่
องต่
อกั
นมาทั
้
งเชื
่
อมโยงกั
บมิ
ติ
ทางประวั
ติ
7
ศ
7
าสตร์
เพื
่
อให้
บุ
คคล
อื
่
นเชื
่
อว่
าประเพณี
นั
้
นๆ เป็
นของดั
้
งเดิ
ม หรื
อประเพณี
บางอย่
างอาจประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นเพราะเกิ
ดความ
ขั
ดแย้
งกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
ซึ
่
งบางคร ั
้
งมิ
ได้
มี
ความต่
อเนื
่
องกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
แต่
เป็
นการสร้
างขึ
้
นใหม่
ด้
วยเหตุ
ผลบางประการ อี
กทั
้
งแนวคิ
ดนี
้
ยั
งเกี
่
ยวพั
นกั
บการทํ
าสิ
นค้
าวั
ฒนธรรมเพื
่
อเป็
นสิ
นค้
าที
่
ตอบสนองการท่
องเที
่
ยวอี
กด้
วย
๓. แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการท่
องเที่
ยวเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
และการท่
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม
(Ethnic Tourism and Cultural Tourism)
ซึ
่
งการท่
องเที
่
ยวเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
หมายถึ
งกิ
จกรรมการ
ท่
องเที
่
ยวของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที
่
แปลกออกไป (Quient) ทั
้
งความเป็
นอยู
่
และประเพณี
ของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
และการท่
องเที
่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมให้
ความสํ
าคั
ญกั
บกิ
จกรรมการท่
องเที
่
ยวทางวั
ฒนธรรมที
่
“แต่
ง
แต้
มสี
สั
น (Picturesque)” แก่
วั
ฒนธรรมของคนในท้
องถิ่
นซึ
่
งมี
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตแบบเก่
า (Old Style) และ
สู
ญหายจากความทรงจํ
าของคนป ั
จจุ
บั
น
ทั
้
งนี
้
ผู
้
วิ
จั
ยจะใช้
แนวคิ
ดทั
้
ง ๓ ประการมาช่
วยวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ลในประเด็
น
การปร ั
บตั
วของกลุ
่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
พวนสู
่
วั
ฒนธรรมการท่
องเที
่
ยว และการใช้
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าเพื
่
อการท่
องเที
่
ยว
ผลการวิ
จั
ยพบว่
าชาวพวนได้
ถู
กกล่
าวถึ
งมาเป็
นเวลานานนั
บตั
้
งแต่
อดี
ต ซึ
่
งปรากฏเป็
นตํ
านาน
และพวศาวดารที
่
กล่
าวถึ
งชาวพวนจํ
านวนมาก ได้
แก่
๑. ตํ
านานนํ้
าเต้
าปู
งหรื
อตํ
านานขุ
นบู
ลมราชาธิ
ราช
ที
่
อธิ
บายถึ
งความสั
มพั
นธ์
ระหว่
าง
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที
่
ปรากฏในบริ
เวณลุ
่
มนํ
้
าโขงโดยมี
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนปรากฏรวมอยู
่
๒. กงดิ
นเมื
องพวน
เป็
นตํ
านานที
่
กล่
าวถึ
งความสั
มพั
นธ์
“ฉั
นพี
่
น้
อง” ระหว่
างเมื
องหลวงพระ
บางกั
บเมื
องพวน
๓. ตํ
านานทุ
่
งไหหิ
นและเสาหิ
น
ตํ
านานที
่
เกี
่
ยวพั
นกั
บพื
้
นที
่
เมื
องเชี
ยงขวางซึ
่
งเป็
นที
่
ตั
้
งของ
เมื
องพวนในอดี
ต ทั
้
งนี
้
ประกอบด้
วย ๒ สํ
านวน ได้
แก่
ตํ
านานท้
าวฮุ
่
งท้
าวเจื
องและนิ
ทานเรื
่
องหาดอั
ง
๔. พงศาวดารเมื
องพวน
นั
บเป็
นเอกสารชั
้
นรองที
่
ปรากฏในหลายสํ
านวน ประกอบด้
วย
สํ
านวนของเจ้
าคํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ ซึ
่
งเขี
ยนขึ
้
นก่
อนการเปลี
่
ยนแปลงการปกครองในประเทศลาว
และสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การ ซึ
่
งเขี
ยนขึ
้
นภายหลั
งการเปลี
่
ยนแปลงระบอบการปกครองเป็
น
สาธารณร ั
ฐสั
งคมนิ
ยม ซึ
่
งทั
้
งสองสํ
านวนมี
ความคล้
ายคลึ
งกั
นโดยเริ่
มจากขุ
นเจ็
ดเจื
องที
่
สื
บต่
อจาก