Page 151 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๔๐
๕.๔.๓ ความหมายของการเป็
นจารี
ตและอั
ตลั
กษณ์
พวน
งานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าใน
พื
นที
วิ
จั
ยยั
งมี
การอธิ
บายอี
กว่
าได้
แก่
การเป็
นส่
วนหนึ
งในฮี
ตสิ
บสองคองสิ
บสี
ของชาวพวน แน่
นอน
ที
สุ
ดข้
อมู
ลเบื
องต้
นเราพบว่
างานบุ
ญกํ
าฟ้
าเป็
นส่
วนหนึ
งของฮี
ตคองพวนทว่
าดู
เสมื
อนเป็
นเรื
องของ
อดี
ตซึ
งไม่
สามารถเชื
อมโยงกั
บป ั
จจุ
บั
นได้
อี
กต่
อไป ด้
วยเหตุ
นี
จึ
งก่
อให้
เกิ
ดการตี
ความจากคนพวนอี
กลุ
มหนึ
งว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าคื
องานปี
ใหม่
ของชาวพวนที
สามารถเชื
อมโยงให้
คนในป ั
จจุ
บั
นเข้
าใจ
ความหมายได้
มากกว่
า นอกจากนี
การผลิ
ตซํ
าประวั
ติ
ศาสตร์
การถู
กกวาดต้
อนของชาวพวนและการ
นํ
าเสนอภาพของเจ้
าชมภู
อั
นเป็
นต้
นเหตุ
ของการกํ
าฟ้
ายั
งชี
ให้
เห็
นถึ
งความพยายาม
เชื
อมโยง
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
ากั
บมิ
ติ
ทางประวั
ติ
7
7
าสตร์
เพื
อให้
บุ
คคลทั
งที
เป็
นชาวพวนและคนนอกกลุ
มชาติ
พั
นธุ
เชื
อว่
าประเพณี
นั
นๆ
เป็
นของดั
งเดิ
(ธเนศ อาภรณ์
สุ
วรรณ, ๒๕๔๒ :๗๗–๘๓)
โดยเฉพาะ
สํ
าหร ั
ชาวพวนด้
วยกั
นแล้
วยั
งถื
อเป็
นการผลิ
ตซํ
าความเป็
นปึ
กแผ่
นของชาวพวนในการร ั
กษาอั
ตลั
กษณ์
ของ
ตนเองเอาไว้
อย่
างไรก็
ดี
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในป ั
จจุ
บั
นยั
งถู
กนํ
ามาใช้
เป็
นส่
วนหนึ
งในการจั
ดระเบี
ยบทาง
สั
งคมแบบใหม่
จากเดิ
มที
ต้
องมี
การจงร ั
กภั
กดี
ต่
อผู
นํ
าตามการบอกเล่
าตํ
านานเจ้
าชมภู
สู
การสร้
าง
กรอบการกํ
าหนดความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนพวนด้
วยกั
นว่
าล้
วนเป็
นญาติ
พี
น้
องกั
นไม่
ว่
าจะอยู
จั
งหวั
ใดก็
ตาม ดั
งนั
นเมื
อชาวพวนที
จะมาร่
วมงานประเพณี
กํ
าฟ้
าไม่
ว่
าสถานภาพทางสั
งคมจะเป็
นอย่
างไร
ก็
ต้
อง
“…ชาวไทยพวนไม่
มี
เจ้
าขุ
นมู
ลนาย ไม่
มี
คนที
เป็
นใหญ่
จะต้
องใส่
อย่
างนั
นอย่
างนี
เสมอภาค
กั
น…”
(สาธร โสร ั
จประสพสั
นติ
, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) โดยนั
ยนี
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจึ
งเป็
นส่
วนหนึ
ในการอธิ
บายว่
าสั
งคมพวนในจิ
นตนาการ (Imagine Community) (นิ
วั
ติ
ทองวล, ๒๕๕๐ : เว็
บไซต์
)
มี
ความเท่
าเที
ยมกั
นและลดการเกิ
ดความไม่
เท่
าเที
ยมกั
นระหว่
างความรวยและความจน (นิ
ธิ
เอี
ยวศรี
วงศ์
, ๒๕๔๕ : เว็
บไซต์
) อี
กทางหนึ
กล่
าวได้
ว่
าประเด็
นของความหมายที
เปลี
ยนแปลงไปในงานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจึ
งเกี
ยวพั
กั
บกระบวนการสร้
างอดี
ตพร้
อมกั
บนํ
ามาอ้
างอิ
งใหม่
เพื
อร ั
บใช้
สั
งคมป ั
จจุ
บั
น (เอกริ
นทร์
พึ
งประชา,
๒๕๔๔) ทั
งภายในชาวพวนด้
วยกั
น และคนนอกกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ซึ
งไม่
จํ
าเป็
นต้
องเป็
นนั
กท่
องเที
ยว
ขณะเดี
ยวกั
นประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจึ
งเกิ
ดหน้
าที
ใหม่
เพิ่
มขึ
น จากการเป็
นวั
นหยุ
ดและห้
ามทํ
างานสู
การ
นํ
าเสนออั
ตลั
กษณ์
ชาวพวนให้
สั
งคมภายนอกได้
ทราบด้
วยเช่
นกั
ขณะเดี
ยวกั
นเมื
อพิ
จารณามุ
มมองของผู
เกี
ยวข้
องในการจั
ดงานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าต่
อการ
เป็
นการท่
องเที
ยวแล้
ว จะพบว่
าประเด็
นที
ทุ
กฝ ่
ายไม่
ว่
าจะเป็
นผู
สนั
บสนุ
นหรื
อผู
คั
ดค้
านให้
ความกั
งวล
ก็
คื
อเกิ
ดการสู
ญเสี
ยชี
วิ
ตวั
ฒนธรรมของคนพื
นเมื
องจากการกลายเป็
นส่
วนหนึ
งของการท่
องเที
ยว
แบบมวลชนหรื
อกลุ
มใหญ่
(Mass Tourism) (Center for Biodiversity and Indigenous
Knowledge, ๒๐๐๑ : website) เห็
นได้
จากความกั
งวลต่
อ “การดั
ดแปลง” ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าบ้
าน
หาดเสี
ยวและบ้
านผื
อเพื
อให้
นั
กท่
องเที
ยวได้
ชมจนเกิ
นเส้
นแบ่
งที
เรี
ยกว่
า “จุ
ดขาย” เช่
น จั
ดงานผิ
ช่
วงเวลาจริ
ง หรื
อเป็
นการจั
ดโดยละเลยความเป็
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวพวนที
แท้
จริ
งอั
นจั
ดเป็
การนํ