51
วางกฎระเบี
ยบ (regulation) ต่
างๆ ในสั
งคม เป็
นต้
น ดั
งนั
้
น ข้
อมู
ลข่
าวสารจึ
งเป็
นสิ
่
งที่
มี
ความสํ
าคั
ญมาก
และมี
ความจํ
าเป็
นอย่
างยิ
่
งในกระบวนการเหล่
านี
้
3. หน่
วยงานเอกชนซึ
่
งเกิ
ดขึ
้
นจากกิ
จกรรมทางสารสนเทศโดยตรง ทั
้
งที่
เป็
นทางการและ
กิ
จกรรมสารสนเทศโดยอ้
อม
4. ส่
วนการผลิ
ตเพื่
อบริ
การสาธารณะที่
ผลิ
ตสารสนเทศและไม่
ได้
ผลิ
ตสารสนเทศ หรื
อผลิ
ต
สิ
นค้
าที่
กึ
่
งการให้
บริ
การสาธารณชน เช่
น ทางด่
วน หรื
อการขนส่
ง เป็
นต้
น
5. ส่
วนการผลิ
ตเพื่
อสนองตอบต่
อปั
จเจกชนซึ
่
งเกี่
ยวข้
องทั
้
งการให้
บริ
การสิ
นค้
าสารสนเทศและ
ไม่
ใช่
สารสนเทศ
6. ส่
วนผู
้
ถื
อหุ
้
น (houshold) ซึ
่
งเป็
นผู
้
จั
ดหาทรั
พยากรบุ
คคล และลู
กค้
าที่
จะบริ
โภคสิ
นค้
า
สารสนเทศส่
วนอื่
นๆ ที่
ได้
ผลิ
ตขึ
้
น
โครงข่
ายหรื
อข่
ายใยการสื่
อสาร
เครื
อข่
ายหรื
อข่
ายใยการสื่
อสารมี
ความสํ
าคั
ญต่
อการวางแผนการสื่
อสารเพระเครื
อข่
ายการ
สื่
อสาร (communication network) ก็
คื
อ ช่
องทางการสื่
อสารและการแลกเปลี่
ยนสาร (message)
ระหว่
างบุ
คลากรต่
างๆ ในองค์
การซึ
่
งอาจจะเป็
นเพี
ยงการแลกเปลี่
ยนระหว่
าง 2 คน หรื
อ 3 คน หรื
อ
ทั
้
งในองค์
กร หรื
อระหว่
างองค์
กรก็
ได้
ซึ
่
งมี
ปั
จจั
ยหลายประการที่
มี
ผลต่
อการกํ
าหนดขอบเขตและ
รู
ปแบบของเครื
อข่
าย (network) ดั
งนี
้
1. ความสั
มพั
นธ์
ในแง่
บทบาทของคนในสั
งคม (role relationships)
2. ทิ
ศทางการไหลของข่
าวสารในสั
งคม (direction of the message flow)
3. ธรรมชาติ
การไหลของข่
าวสาร (serial nature of message flow)
4. เนื
้
อหาของข่
าวสารที่
ปรากฏอยู
่
ในสั
งคม (content of the message)
“เครื
อข่
าย” จะเริ
่
มเกิ
ดขึ
้
นนั
บตั
้
งแต่
เนื
้
อหาของสาร (message) ถู
กส่
งออกไป ซึ
่
งเราจะต้
องดู
เกี่
ยวกั
บบทบาทในการสื่
อสารของบุ
คคลแต่
ละคนในการสื่
อสารในสั
งคม ว่
าคนส่
วนใหญ่
ในสั
งคมมี