๖๕
ป ั
จจุ
บั
นรู
ปแบบของโรงละครชาตรี
เปลี
่
ยนแปลงไป ส่
งผลให้
พิ
ธี
กรรมการปลู
กโรง
ของละครชาตรี
ในจั
งหวั
ดอ่
างทอง ที
่
เคยถื
อปฏิ
บั
ติ
ต้
องปร ั
บเปลี
่
ยนไปด้
วย จากการศึ
กษาพิ
ธี
กรรม
การปลู
กโรงในป ั
จจุ
บั
น พบว่
า ละครชาตรี
ในจั
งหวั
ดอ่
างทอง ไม่
ประกอบพิ
ธี
กรรมปลู
กโรง เนื
่
องจาก
รู
ปแบบของโรงละครในป ั
จจุ
บั
นไม่
มี
เสากลาง และไม่
มี
ผู
้
ใดได้
สื
บทอดคาถาประกอบพิ
ธี
ไว้
การทํ
าพิ
ธี
ดั
งกล่
าวจึ
งสู
ญหายไป มี
เพี
ยงการจุ
ดธู
ป เที
ยน เคารพสิ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ณ บริ
เวณสถานที
่
นั
้
น ๆ ได้
แก่
พระภู
มิ
เจ้
าที
่
แม่
พระธรณี
เพื
่
อเป็
นการกราบขออนุ
ญาตพระภู
มิ
เจ้
าที
่
และขมาแม่
พระธรณี
เท่
านั
้
น
๑.๒ การโหมโรง
เพลงที
่
ใช้
บรรเลงเป็
นอั
นดั
บแรก ก่
อนมี
การแสดงมหรสพต่
าง ๆ โบราณจารย์
ได้
นํ
า
เพลงหน้
าพาทย์
หลายๆ เพลง มาเรี
ยบเรี
ยงและบรรเลงติ
ดต่
อกั
น แต่
ละเพลงมี
ความหมายในทาง
ศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
เพลงโหมโรงลั
กษณะนี
้
ใช้
สํ
าหร ั
บวงปี
่
พาทย์
โดยเฉพาะ เช่
น โหมโรงเทศน์
โหมโรงโขน
โหมโรงละคร โดยมี
ความหมายเป็
น ๓ ประการ คื
อ ประการที
่
๑ เป็
นการไหว้
ครู
ทางดนตรี
ประการ
ที
่
๒ เป็
นการปร ั
บเสี
ยงดนตรี
และมื
อผู
้
เล่
นให้
เข้
ากั
น (ผู
้
เล่
นอยู
่
ต่
างคณะมาเล่
นรวมกั
น) ประการที
่
๓
เพื
่
อเป็
นการประกาศให้
คนทั
่
วไปทราบว่
าที
่
นี
้
มี
การแสดง และใกล้
เวลาที
่
จะเริ่
มแสดงแล้
ว
การโหมโรง ในการแสดงละครชาตรี
ในจั
งหวั
ดอ่
างทองในอดี
ต พบว่
า ใช้
วงปี
่
พาทย์
ชาตรี
ซึ
่
งประกอบด้
วย ปี
่
โทนชาตรี
กลองชาตรี
ฆ้
องคู
่
ฉิ่
ง กร ั
บคู
่
(ไม้
ไผ่
) ก่
อนการแสดงละคร
ปี
่
พาทย์
ชาตรี
จะโหมโรงเป็
น ๒ ช่
วง ในช่
วงที
่
๑ จะทํ
าต่
อจากพิ
ธี
ปลู
กโรง การโหมโรงช่
วงที
่
๒ จะเริ่
ม
หลั
งจากพั
กกลางวั
น ประมาณ ๑๓.๐๐ น. ส่
าง นิ่
มละมู
ล (๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) กล่
าวถึ
ง การโหมโรง
ละครชาตรี
ในอดี
ตว่
า “เมื
่
อถึ
งเวลาโหมโรง ปี
่
พาทย์
ชาตรี
จะบรรเลงด้
วยการร ั
วปี
่
ตี
ขั
ดด้
วยโทนและ
ตุ๊
ก ๓ ลา หลั
งจากนั
้
นปี
่
เป ่
าเพลงไปตามกระบวนจนจบ แล้
วจึ
งจบด้
วยการร ั
ว ปี
่
ตุ๊
ก โทน อี
ก ๓ ลา”
ป ั
จจุ
บั
น พบว่
า การแสดงละครชาตรี
ในจั
งหวั
ดอ่
างทอง ใช้
วงปี
่
พาทย์
เครื
่
องห้
า คื
อ
ระนาดเอก ฆ้
องวงใหญ่
ปี
่
ใน ตะโพนไทย กลองทั
ด ฉิ่
ง บรรเลงประกอบ แทนวงปี
่
พาทย์
ชาตรี
การทํ
าพิ
ธี
โหมโรง เริ่
มเวลาประมาณ ๙๐.๓๐ น. ผู
้
เป็
นโต้
โผวงปี
่
พาทย์
หรื
อผู
้
อาวุ
โสในวง จะเป็
น
ผู
้
ทํ
าพิ
ธี
โดยนํ
ากํ
านลที
่
เจ้
าภาพจั
ดไว้
ได้
แก่
ดอกไม้
ธู
ป เที
ยน เหล้
า ๑ ขวด บุ
หรี
่
๑ ซอง และเงิ
น
จํ
านวน ๑๒ บาท (เงิ
น ๑๒ บาทนี
้
โต้
โผปี
่
พาทย์
จะเป็
นผู
้
เก็
บไว้
เพื
่
อนํ
าเงิ
นนี
้
ไปซื
้
อของมาเซ่
นไหว้
ครู
ในวั
นไหว้
ครู
ปี
่
พาทย์
ประจํ
าปี
) เริ่
มด้
วยการจุ
ดธู
ป เที
ยน ตั
้
งนะโม ๓ จบ และกล่
าวบู
ชาครู
โดยมี
รายละเอี
ยด ตั
วอย่
างบทคาถาบู
ชาครู
ปี
่
พาทย์
ซึ
่
งคงอั
กขระเดิ
มไว้
ดั
งนี
้
คาถาชุ
มนุ
มเทวดา
สะร ั
ชชั
ง สะเสนั
ง สะพั
นธุ
ง นะริ
นทั
ง ปะริ
ตตานุ
ภาโว สะทา ร ั
กขะตู
ติ
ผะริ
ตวานะ เมตตั
ง สะเมตตั
ง สะเมตตา ภะทั
นตา อะวิ
กขิ
ตตะจิ
ตตา
ปะริ
ตตั
ง ภะณั
นตุ
สั
คเค กาเม จะ รู
เป ศิ
ริ
สิ
ขะระตุ
เฏ จั
นตะลิ
กเข วิ
มาเน , ที
เป ร ั
ฎเฐ จะ
คาเม ตะรุ
วะนะคะหะเน เคหะวั
ตถุ
มหิ
เขตเต , ภุ
มมา จายั
นตุ
เทวา ชะละถะละ
วิ
สะเม ยั
กขะคั
นธั
พพะนาคา , ติ
ฎฐั
นตา สั
นติ
เก ยั
ง มุ
นิ
วะระวะจะนั
ง สาธะโว เม
สุ
ณั
นตุ