๑๒๕
พอพ้
นเหลี
่
ยมคี
รี
ศรี
ขิ
ริ
นทร์
เห็
นยุ
พิ
นผ่
องใสอยู
่
ในเรื
อ
นางปี
ศาจยิ
นดี
เป็
นที
่
สุ
ด
พบมนุ
ษย์
รสชาติ
ประหลาดเหลื
อ
จะจั
บกิ
นตรงไปใกล้
เรื
อ
ให้
ร้
อนเนื
้
อร้
อนกายเพี
ยงวายปราน
บทเทวดา
จะกล่
าวถึ
งเทวาร ั
กษาถํ
้
า
อยู
่
ประจํ
าคี
รี
ที
่
ไสล
สงสารพระหน่
อนารถอนาถใจ
มาหลงไหลอสุ
ราอยู
่
ช้
านาน
จํ
าจะต้
องช่
วยองค์
พระทรงเดช
ให้
กลั
บเขตคื
นหลั
งสถาน
จะนิ่
งดู
อยู
่
เห็
นไม่
เป็
นการ
คงวายปรานด้
วยอี
คิ
นี
ไพร
พระคุ
ณจริ
งยิ่
งแสนในแผ่
นภพ
ควรเคารพทั
่
วกั
ลปาวศานต์
พระตร ั
สพลางจากที
่
ศิ
ลาลาน
เทพบั
นดาลพาออกนอกคี
รี
๕.๔.๑.๒ เพลงร่
ายนอก เป็
นเพลงร่
ายที
่
เดิ
มใช้
ประกอบ การแสดง
ละครนอก ต่
อมา การแสดงละครชาตรี
ได้
มี
การผสมผสานนํ
ารู
ปแบบการแสดงละครนอกมาใช้
จึ
งนํ
า
เพลงร่
ายนอก มาใช้
ร้
องการแสดงละครชาตรี
ด้
วย การนํ
าเพลงร่
ายนอก มาใช้
ประกอบการแสดง
พบได้
ใน บทละครมากมาย ซึ
่
งผู
้
แสดงต้
องพิ
จารณาเองว่
า บทช่
วงนี
้
ร้
องร่
าย เช่
น เรื
่
องวงษ์
สวรรค์
จั
นทวาท ตอนจิ
นดาสมุ
ทรพบตรี
สุ
ริ
ยา จนจิ
นดาสมุ
ทรถอดรู
ป ของละครชาตรี
คณะพเยาว์
ลู
กป ่
าโมก
ใช้
บทต่
อไปนี
้
สํ
าหร ั
บร้
องร่
าย (กฤษณา ต้
องประสงค์
,๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) ในตั
วละครหลาย ๆ ตั
ว
เช่
น
บทพระจั
นทวาท
เมื
่
อนั
้
น
องค์
พระจั
นทวาทอาจหาญ
แจ้
งว่
าข้
าศึ
กมาล้
อมด่
าน
พระภู
บาลตร ั
สสั
่
งพี
่
เลี
้
ยงพลั
น
จงคุ
มพหลพลทั
พ
ไปรบร ั
บเข่
นฆ่
าให้
อาสั
ญ
ฟ ั
งกํ
าลั
งศึ
กใหญ่
ใจฉกรรจ์
อย่
าให้
ทั
นล่
วงมาถึ
งธานี
ตร ั
สพลางทางเสด็
จยุ
รยาตร
เข้
าในปราสาทเรื
องศรี
สองพราหมณ์
ออกมาไม่
ช้
าที
เกณฑ์
โยธี
หมู
่
ทหารชาญณรงค์
เลื
อกเหล่
าทหารชํ
านาญยุ
ทธ
พร้
อมอาวุ
ธเสร็
จสรรพดั
งประสงค์
แล้
วมั
ดหญ้
าผ้
าพยนต์
เป็
นคนธง
สมประสงค์
รี
บร ั
ดที
่
จั
ดไว้
คร ั
้
นได้
ฤกษ์
เผ่
นโผนโจนขึ
้
นม้
า
ปื
นศิ
ลายิ่
งลั
่
นเสี
ยงหวั
่
นไหว
โบกธงตรงออกนอกกรุ
งไกร
พลไพร่
ขานโห่
เป็
นโกลา
บทบั
ลไลยกาล
บั
ลไลยกาลเย้
ยพลางแล้
วทางว่
า
ท่
านระวั
งกายาจะตั
กษั
ย
อย่
าพั
กลํ
าพองคะนองใจ
จะบั
ลลั
ยเดี
๋
ยวนี
้
ถึ
งชี
วั
น
ตร ั
สพลางทางแผลงสํ
าแดงเดช
ร่
ายพระเวทย์
มนตราสุ
ธาไหว
เกิ
ดเป็
นเพลิ
งลุ
กพลั
นขึ
้
นทั
นใด
ลุ
กใหญ่
พรู
พลุ
่
งขึ
้
นรุ
่
งโพลง