๑๐๙
เหม่
อ้
ายศรี
สั
นทาขั
ยนดี
ไว้
ใจเป็
นพี
่
ว่
าผู
้
ใหญ่
ไล่
ลู
กกู
มานี
่
ว่
าไร…(สั
งข์
ศิ
ลป์
ชั
ย)
ได้
ฟ ั
ง
พระโอรสร ั
บสั
่
งใส่
เกศา
จึ
่
งชวนเจ้
าพราหมณ์
ชี
ลี
ลา
เสด็
จมาปราสาทแก้
วแววไว...(สุ
วรรณหงษ์
)
ได้
เอยได้
ฟ ั
ง
สมดั
งใจจิ
ตอิ
จฉา
ร้
องเรี
ยกบุ
ตรี
จั
นทิ
มา
เสี
้
ยมสอนให้
ว่
าสารพั
น
๒.๒.๒.๓ รู
ปแบบไม่
เป็
นตามลั
กษณะบั
งคั
บ (กลอนแปด) เช่
น
พั
นปี
พระจะมา ไล่
ตี
ข้
าใย โทษผิ
ดหาไม่
ไล่
ตี
ไยนา กุ
มพลเยาะเย้
ย
หั
วเราะร่
า ได้
ยิ
นยั
กษา เป็
นเสี
ยดิ
บดี
...(สุ
วรรณหงษ์
)
๒.๒.๒.๔ ข้
อความวรรคแรกมี
ข้
อความครบถ้
วนตามลั
กษณะบั
งคั
บ เช่
น
คั
บคั
่
งทั
้
งพระลานชานชาลา
ทั
้
งผู
้
ดี
ขี
้
ข้
าหาว่
าไม่
บ้
างชิ
งที
ตี
ต่
อยกั
นอึ
งไป
ตํ
ารวจในคอยห้
ามปรามคน...(มณี
พิ
ไชย)
รู
ปแบบการประพั
นธ์
บทละครชาตรี
ทั
้
งในส่
วนที
่
คั
ดลอกจากสมุ
ดข่
อย จากหนั
งสื
อ
วั
ดเกาะ นิ
ทานอ่
านเล่
น หรื
อแม้
แต่
ที
่
แต่
งขึ
้
นใหม่
เป็
นการประพั
นธ์
ในลั
กษณะกลอนแปด ทั
้
งสิ
้
น ทั
้
งนี
้
ในการบั
นทึ
กบทละคร อาจมี
รู
ปแบบที
่
แตกต่
างกั
นไป และใช้
ภาษาไทยแบบดั
้
งเดิ
มบ้
าง สํ
าหร ั
บบท
ละครบางเรื
่
อง
๒.๒.๓ การใช้
บทละครสํ
าหร ั
บการแสดง
ละครชาตรี
แต่
ละคณะจะมี
สมุ
ดจดคั
ดลอกบทละครไว้
แต่
บางคณะไม่
มี
เอกสาร
แล้
ว แต่
ผู
้
แสดงส่
วนใหญ่
ใช้
วิ
ธี
ท่
องจํ
าบทต่
าง ๆ ไว้
การนํ
าบทละครไปใช้
แสดงในแต่
ละคร ั
้
งนั
้
น พบว่
า
มี
การสอดแทรว บทร้
องในลั
กษณะกลอนแปดเพิ่
มเติ
มจากบทของเติ
ม เพื
่
อให้
การนํ
าเสนอเนื
้
อหามี
ความสอดคล้
อง สั
มพั
นธ์
กั
น เนื
่
องจากบทบางตอนมี
ลั
กษณะเป็
นนิ
ทานอ่
านเข้
าใจ แต่
เมื
่
อต้
อง
นํ
าเสนอในรู
ปแบบการแสดง จะต้
องเพิ่
มเติ
มบทร้
อง ต่
าง ๆ เพื
่
อประสานรอยต่
อของบทที
่
ใช้
อยู
่
เช่
น
บทละครแก้
วหน้
าม้
า ตอน สามหน้
า (คณะนารี
รุ
่
งเรื
องศิ
ลป์
)
ปางนริ
นทร์
ปิ
่
นแก้
วรี
บแคล้
วคลาด กั
บนุ
ชนาฎนวลละอองผ่
องฉวี
ขี
่
เรื
อน้
อยลอยเล่
น
ในเมฆี
หมายบุ
รี
ที
่
ถิ
่
นมิ
ถิ
ลา พระถอดหน้
าภาชี
จากที
่
พั
ก นรลั
กษณ์
ดั
งเทวะเลขา นั
่
งแนบนวลชิ
ด
ภั
สดา ชมสุ
ธาถิ
่
นที
่
บุ
รี
ราย ฯ เชิ
ด หรื
อ เสมอ (ไม่
ใช้
บทส่
วนนี
้
สํ
าหร ั
บการแสดง)
เริ่
มบทร้
อง ๑
เมื
่
อนั
้
น
พระปิ่
นแก้
วภู
มี
ศรี
ไส
อยู
่
กั
บดารายอดยาใจ
ภู
วนั
ยเป็
นสุ
ขทุ
กราตรี
เจรจา