ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย: คุ
ณค่
าแท้
และกระบวนการถ่
ายทอด กรณี
ศึ
กษาครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ
9
มวยไทย
การต่
อสู
้
ด้
วยมื
อเปล่
าหรื
อมวย เป็
นการต่
อสู
้
ของมนุ
ษย์
ทั
่
ว ๆ ไปทั
้
งโลกที่
ต่
อสู
้
กั
นโดยใช้
พละ
กํ
าลั
งและอวั
ยวะของร่
างกายเป็
นอาวุ
ธ เป็
นการต่
อสู
้
โดยธรรมชาติ
ของมนุ
ษย์
พจนานุ
กรมฉบั
บราชบั
ณฑิ
ตยสถาน ( 2525 : 632 ) ได้
ให้
ความหมายของคํ
าว่
า “มวย คื
อ
การชกกั
นด้
วยหมั
ด” และให้
ความหมายของมวยไทยไว้
ว่
า “ มวยไทย คื
อ กี
ฬาชกมวยบนเวที
ที่
มี
กติ
กา
ยอมให้
คู
่
ชกใช้
เท้
า ศอก และเข่
าได้
“
พจนานุ
กรมฉบั
บราชบั
ณฑิ
ตยสถาน ( 2517 : 698 ) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า “ มวยไทย คื
อ ศิ
ลปะการ
ต่
อสู
้
แบบมื
อเปล่
าของชนชาติ
ไทย ที่
สามารถใช้
ศอก เข่
า เท้
า และหมั
ดเป็
นอาวุ
ธ ”
ในอี
กความหมายหนึ
่
งมวยในภาษาไทยโบราณมี
ความหมายว่
า “หนึ
่
งเดี
ยวหรื
อการม้
วนผมที่
ยาว” โดยการรวบให้
เข้
ากั
นเป็
นกลุ
่
ม มวยจึ
งอาจหมายความถึ
ง การรวมพลั
งกาย พลั
งใจ และพลั
ง
ปั
ญญาให้
เป็
นหนึ
่
งเดี
ยวทํ
าให้
นั
กมวยเกิ
ดความคล่
องแคล่
ว ว่
องไว สามารถเผชิ
ญกั
บคู
่
ต่
อสู
้
ได้
ในภาษา
สั
นสกฤต มวย หมายถึ
ง การผู
ก จึ
งอาจสรุ
ปได้
ว่
า “มวย” สามารถแยกความหมายหลั
กออกได้
เป็
น 2
ความหมาย ได้
แก่
( สุ
จิ
ตรา สุ
คนธทรั
พย์
,2540 )
1. การต่
อสู
้
ที่
ใช้
กํ
าปั
้
นและการปลํ
้
า
2. การรวมกั
นเป็
นกลุ
่
มในลั
กษณะของการผู
กรั
ดหรื
อมั
ดเข้
าด้
วยกั
น ซึ
่
งเห็
นได้
จากลั
กษณะ
ของมวยที่
มี
การกํ
าหมั
ดเป็
นการมั
ดหรื
อรวมนิ
้
วมื
อไว้
ด้
วยกั
น หรื
อ การเข้
ากอดปลํ
้
าคู
่
ต่
อสู
้
ก็
มี
ลั
กษณะ ที่
เป็
นการมั
ดหรื
อรั
ดเช่
นเดี
ยวกั
น นอกจากนี
้
ลั
กษณะของการผู
กหรื
อมั
ดย ั
งปรากฎในการแต่
งกายของ
มวยไทย เช่
น ผู
กหมั
ด( คาดหมั
ด ) ผู
กศรี
ษะ ( การสวมมงคล ) ผู
กแขน ( การผู
กผ้
าประเจี
ยด ) และ
ประการสุ
ดท้
ายคื
อการผู
กใจโดยใช้
คาถาอาคมเป็
นสื่
อในการรวมพลั
งกายและพลั
งใจให้
เป็
นหนึ
่
งเดี
ยว
มวยไทยแตกต่
างจากมวยชาติ
อื่
นที่
สามารถใช้
อาวุ
ธในร่
างกายได้
ทั
้
งหมด 9 ส่
วน โบราณจึ
ง
เรี
ยกว่
า “ นวอาวุ
ธ” คื
อ หมั
ด 2 หมั
ด, เท้
า 2 เท้
า, เข่
า 2 เข่
า, ศอก 2 ศอก และ 1 ศี
รษะ ครู
เขตร ศรี
ยาภั
ย ( กรมวิ
ชาการ,2546 )กล่
าวไว้
ว่
าการต่
อสู
้
ของคนไทยนั
้
นมี
พิ
ษสงรอบตั
ว คนไทยต่
อสู
้
โดยใช้
หั
ว
ขวิ
ด ปากกั
ด ตี
นเตะ ถี
บเหน็
บ มื
อตะปบ ตบต่
อย ทุ
บ ศอกถอง ฟั
นสั
บ ส้
นเดื
อย เข่
ากระทุ
้
ง ก้
น
กระแทก บ่
าแบกและทุ ่
ม ล้
มทั
บ จั
บหั
ก ควั
กนั
ยน์
ตา ผ่
าหมาก ซึ
่
งลั
กษณะของการต่
อสู
้
แบบนี
้
เรี
ยกว่
า “พั
นลํ
า” แปลว่
ารอบด้
าน การใช้
อวั
ยวะต่
าง ๆ ของร่
างกาย 9 ส่
วนในการต่
อสู
้
ที่
กล่
าวมานี
้
สามารถนํ
ามาใช้
รวมกั
นเป็
นท่
าทางของการต่
อสู
้
ได้
มากมาย แบ่
งได้
เป็
นท่
าหลั
กที่
เรี
ยกว่
า ท่
าแม่
ไม้
และที่
พลิ
กแพลงขยายจากท่
าพื
้
นฐาน เรี
ยกว่
า ท่
าลู
กไม้