ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย: คุ
ณค่
าแท้
และกระบวนการถ่
ายทอด กรณี
ศึ
กษาครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ
3
ครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ ได้
กล่
าวถึ
งอุ
ปสรรคของการถ่
ายทอดคุ
ณค่
าของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
ว
แบบไทยในปั
จจุ
บั
นไว้
ในประวั
ติ
ครู
ภู
มิ
ปั
ญญา ( วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ,2548 ) ไว้
ดั
งนี
้
1. ทั
ศนคติ
ของผู
้
เรี
ยน
เยาวชนในปั
จจุ
บั
นขาดความเข้
าใจในคุ
ณค่
าของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยอย่
างแท้
จริ
ง มั
กมองว่
าผู
้
ที่
เรี
ยนมวยไทยและกระบี่
กระบองเป็
นผู
้
ล้
าสมั
ย เรี
ยนแล้
ว
จะเป็
นอั
นตราย เป็
นวิ
ชาของนั
กเลงหรื
อ เป็
นวิ
ชาที่
คนยากจนเรี
ยนเพื่
อหารเลี
้
ยงชี
พ และมองศิ
ลปะการ
ต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยโดยเฉพาะมวยไทยว่
าเป็
นกี
ฬาที่
มุ ่
งเน้
นการแข่
งขั
นเอาชั
ยชนะและ
ผลตอบแทนมากกว่
าการตี
ความและให้
คุ
ณค่
าในเชิ
งภู
มิ
ปั
ญญา
2.ขาดหน่
วยงานและบุ
คลากรที่
สอนเพื่
อการอนุ
รั
กษ์
เมื่
อมี
ผู
้
ที่
มี
ความเข้
าใจถึ
งแก่
นคุ
ณค่
า
ของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วน้
อยจึ
งขาดหน่
วยงานที่
จั
ดการสอนเพื่
อถ่
ายทอดภู
มิ
ปั
ญญาได้
อย่
าง
ถู
กต้
องแม่
นย ํ
า หน่
วยงานที่
สอนศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยโดยเฉพาะมวยไทยในปั
จจุ
บั
น
เน้
นที่
การฝึ
กคนเพื่
อประกอบอาชี
พชกมวยและเพื่
อการแข่
งขั
นเป็
นหลั
ก สํ
าหรั
บกรพบี่
กระบองนั
้
น
สํ
านั
กที่
สอนกระบี่
กระบองให้
บุ
คคลทั
่
วไปมี
น้
อยมาก ที่
พอเหลื
ออยู
่
ในขณะนี
้
จะใช้
บ้
านครู
เป็
นที่
สอน
ซึ
่
งรั
บผู
้
เรี
ยนได้
จํ
านวนจํ
ากั
ดและไม่
เป็
นที่
รู
้
จั
กในวงกว้
าง
3.ขาดการสร้
างครู
รุ
่
นใหม่
ที่
มี
ความเข้
าใจอย่
างลึ
กซึ
้
งและมี
ทั
กษะที่
ดี
ในศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย เนื่
องจากการเรี
ยนวิ
ชาเหล่
านี
้
เป็
นกระบวนการที่
ต้
องใช้
เวลา ใช้
ความต่
อเนื่
อง
และใช้
ความอดทนพยายามของผู
้
เรี
ยน ปั
จจุ
บั
นครู
รุ
่
นใหม่
ที่
เรี
ยนวิ
ชานี
้
มั
กเรี
ยนเพราะเป็
นวิ
ชาบั
งคั
บ
ตามหลั
กสู
ตรผู
้
เรี
ยนจึ
งพยายามเรี
ยนเพื่
อให้
ผ่
านหลั
กสู
ตรมากกว่
าเรี
ยนเพราะความต้
องการของตนเอง
เมื่
อเรี
ยนจบจึ
งไม่
มี
ความชํ
านาญทางด้
านทั
กษะ และไม่
ซาบซึ
้
งหรื
อมี
ความเข้
าใจถึ
งแก่
นคุ
ณค่
าที่
แท้
จริ
งของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
ว
4.ขาดการประยุ
กต์
กิ
จกรรมการสอนให้
เหมาะสมกั
บยุ
คปั
จจุ
บั
น
การสอนวิ
ชาต่
าง ๆ ใน
ปั
จจุ
บั
นครู
ต้
องมี
วิ
ธี
การสอนที่
จู
งใจให้
ผู
้
เรี
ยนเห็
นคุ
ณค่
า สนุ
กสนานและสอดคล้
องกั
บชี
วิ
ตประจํ
าวั
น
รวมไปถึ
งถึ
งการจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ที่
เชื่
อมโยงความเป็
นสากลกั
บความเป็
นภู
มิ
ปั
ญญาไทยให้
กลมกลื
นกั
น แต่
การสอนในโรงเรี
ยนปั
จจุ
บั
นเป็
นการสอนตามแบบที่
ครู
เรี
ยนมาไม่
มี
การนํ
ามา
ดั
ดแปลงเทคนิ
คการสอนให้
เหมาะกั
บนั
กเรี
ยน
5.การแยกองค์
ความรู
้
เป็
นส่
วนเสี
้
ยว
วิ
ชาศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยเป็
นวิ
ชาที่
รวม
องค์
ความรู
้
ทั
้
งเรื่
องศาสนา ภาษา ประวั
ติ
ศาสตร์
ดนตรี
ศิ
ลปหั
ตถกรรม วรรณคดี
ฯลฯ แต่
การสอนที่
ผ่
านมามั
กฝากเรื่
องของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วไว้
กั
บครู
พลศึ
กษา โดยจั
ดวิ
ชามวยไทยและกระบี่
กระบองเอาไว้
ในวิ
ชาพลศึ
กษาซึ
่
งแยกส่
วนออกจากวิ
ชาอื่
นๆ การถ่
ายทอดจึ
งมุ ่
งเน้
นไปที่
ทั
กษะเชิ
ง
กี
ฬามากกว่
าภู
มิ
ปั
ญญาและไม่
สามารถเชื่
อมโยงความรู
้
ไปสู
่
ศาสตร์
อื่
นๆ ได้