108
3. นั
กดนตรี
ที่
เอาจริ
งเอาจั
ง ที่
จะเป็
นนั
กดนตรี
ที่
ดี
เลิ
ศ ในอดี
ตนั
้
นการไต่
เต้
าไปสู
่
นั
กดนตรี
ที่
มี
ชื่
อเสี
ยงนั
้
นจะต้
องอยู
่
ภายใต้
การอุ
ปถั
มภ์
ของเจ้
านายที่
มี
ราชศั
กดิ
์
และมี
ทรั
พย์
นั
กดนตรี
ที่
มี
ฝี
มื
อ
จํ
านวนหนึ
่
งได้
ขอเข้
าอยู
่
ภายใต้
การอุ
ปถั
มภ์
ของเจ้
าฟ้
ากรมหลวงลพบุ
รี
ราเมศวร์
ท่
านเจ้
าของวั
งบาง
คอแหลม เช่
น นายเผื
อด นั
กระนาด นายรวม พรหมบุ
รี
และนายทองต่
อ (โองการ) กลี
บชื่
น เป็
นต้
น
นั
กดนตรี
เหล่
นี
้
ต้
องการเป็
นนั
กดนตรี
อาชี
พ ที่
มี
ฝี
มื
ออย่
างดี
เยี่
ยม เส้
นทางที่
จะเดิ
นไปนั
้
นต้
องถู
ก
คั
ดเลื
อกและฝากฝั
งผ่
านครู
ทางด้
านดนตรี
มาอย่
างดี
นอกจากนี
้
ท่
านเจ้
าของวั
งย ั
งออกทํ
าการคั
ดเลื
อก
นั
กดนตรี
ด้
วยตั
วเอง เช่
นเดี
ยวกั
บการคั
ดช้
างเผื
อกจากป่
า นั
กดนตรี
จํ
านวนหนึ
่
งของวงวั
งบางคอ
แหลมก็
มาจากวงดนตรี
ของครู
เพชร จรรย์
นาฏย์
ที่
อยุ
ธยา นั
กดนตรี
เหล่
านี
้
ล้
วนฝึ
กฝี
มื
อมาอย่
างดี
และเมื่
อเข้
ามาอยู ่
ในวั
งแล้
ว
ก็
ได้
ปฏิ
บั
ติ
ตนเป็
นนั
กดนตรี
ที่
ดี
ตามระเบี
ยบของวั
งและดนตรี
ไทยที่
เข้
มงวด
พร้
อมจะฝึ
กฝนเพื่
อความเป็
นเลิ
ศทางดนตรี
และสนองคุ
ณเจ้
านาย
4. บรรยากาศทางสั
งคมที่
เอื
้
ออํ
านวย วงดนตรี
ไทยที่
ดี
นั
้
นต้
องขึ
้
นอยู
่
กั
บปั
จจั
ยแวดล้
อม ทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรมโดยรวมด้
วย
ดนตรี
ไทยรุ ่
งเรื
องมากที่
สุ
ดในยุ
คระบบการเมื
องการปกครอง
แบบศั
กดิ
นาและสมบู
รณาญาสิ
ทธิ
ราช ในยุ
คดั
งกล่
าว ราชสํ
านั
ก เจ้
านายเชื
้
อพระวงศ์
และข้
าราชการ
ชั
้
นสู
งล้
วนแต่
เป็
นผู
้
ที่
ได้
รั
บอภิ
สิ
ทธิ
์
สามารถครอบครองทรั
พย์
สิ
นและได้
รั
บการแบ่
งปั
นผล
ประโยชน์
ของแผ่
นดิ
นจํ
านวนมาก คนเหล่
านี
้
มี
ฐานะเป็
นมู
ลนาย ที่
ใช้
ระบบอุ
ปถั
มภ์
ในการดู
แล
เลี
้
ยงดู
คนในปกครองของตน ทั
้
งข้
าทาส และบริ
วาร ในทํ
านองเดี
ยวกั
นบรรดาผู
้
ที่
อยู
่
ภายใต้
อุ
ปถั
มภ์
ก็
ตอบแทนนายของตนให้
พอใจ เพื่
อไม่
ให้
เกิ
ดคํ
ากล่
าวที่
ว่
า
“
เลี
้
ยงเสี
ยข้
าวสุ
ก
”
หรื
อ
“
ข้
าวไม่
มี
ยาง
”
วงดนตรี
ไทยวั
งบางคอแหลมได้
มี
ปั
จจั
ยทั
้
ง 4 เป็
นองค์
ประกอบจึ
งทํ
าให้
วงดนตรี
วงนี
้
เป็
น
วงที่
มี
ชื่
อเสี
ยง ในยุ
คนั
้
น พวกเจ้
านายชั
้
นสู
งต่
างแสดงอํ
านาจ บารมี
ของตนโดยการสร้
างวงดนตรี
ที่
ดี
ไว้
ประกวดประชั
นกั
น เมื่
อเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงการปกครองในพ.ศ. 2475 ทํ
าเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
โครงสร้
างอํ
านาจในสั
งคม อํ
านาจและบารมี
ของคนกลุ
่
มเหล่
านี
้
ได้
หมดไป บรรยากาศใหม่
ทั
้
ง ทาง
การเมื
อง สั
งคม พร้
อมกั
บการปรั
บเปลี่
ยนวั
ฒนธรรมใหม่
ที่
เกิ
ดขึ
้
นภายหลั
งการเปลี่
ยนแปลงการ
ปกครอง ไม่
เอื
้
ออํ
านวยให้
แก่
การคงอยู
่
ของวั
ฒนธรรม เดิ
มให้
แข็
งแกร่
งได้
อี
กแล้
ว
(3) ชาวบางโคล่
ได้
รื
้
อฟื
้
นความเป็
นชุ
มชนดนตรี
ของตนขึ
้
นมาอี
กครั
้
ง เมื่
อปี
พ.ศ. 2535 โดย
มี
วั
ดเรื
องยศสุ
ทธารามหรื
อวั
ดบางโคล่
ในเป็
นศู
นย์
กลาง ดํ
าเนิ
นงานโดยชมรมดนตรี
ไทยวั
ดเรื
องยศ
ปั
จจุ
บั
นชมรมแห่
งนี
้
มี
อายุ
ได้
16 ปี
แล้
ว มี
นั
กเรี
ยนที่
เข้
ามาเรี
ยนในรุ
่
นปั
จจุ
บั
นประมาณ 100 กว่
าคน
แต่
หากนั
บผู
้
ที่
เข้
าอบรมดนตรี
ไทยที่
วั
ดแห่
งนี
้
ก็
มี
ไม่
ตํ
่
ากว่
า 1,000 คน ชมรมแห่
งนี
้
ได้
จั
ดการเรี
ยน
การสอนให้
แก่
เยาวชนฟรี
ตลอดหลั
กสู
ตร 3 ปี
โดยจั
ดอุ
ปกรณ์
ดนตรี
สํ
าหรั
บเรี
ยนให้
พร้
อม
ขณะเดี
ยวกั
นครู
ผู
้
ที่
สอน ก็
สอนให้
โดยไม่
คิ
ดสตางค์
เพื่
อเป็
นวิ
ทยาทานแก่
เยาวชน เป้
าหมายการ