106
ลงพร้
อมกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
สงบเย็
นแบบชาวสวนในอดี
ตก็
สิ
้
นสุ
ดลงด้
วย
ชาวบางโคล่
จํ
านวนมากขาย
สวนและโยกย ้
ายไปอยู
่
ถิ ่
นอื่
น ขณะที่
คนจากท้
องถิ ่
นอื่
นก็
เข้
าสู
่
บางโคล่
จํ
านวนมาก
(2) ดนตรี
ไทยเป็
นส่
วนหนึ
่
งของวิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวสวนบางโคล่
นั
บแต่
อดี
ต ดนตรี
ไทยที่
บางโคล่
นั
้
นแบ่
งออกเป็
น 2 กลุ
่
ม คื
อที่
มี
วั
ดเป็
นศู
นย์
กลางเป็
นกลุ
่
มของชาวบ้
านที่
เป็
นชาวสวนเป็
นชาว
ท้
องถิ ่
นดั
้
งเดิ
ม และกลุ ่
มที่
มี
วั
งเป็
นศู
นย์
กลาง คื
อวงวั
งบางคอแหลมของ สมเด็
จเจ้
าฟ้
ากรมหลวง
ลพบุ
รี
ราเมศวร์
การที่
วงดนตรี
ของเจ้
านายระดั
บสู
งเข้
ามาอยู
่
บริ
เวณนี
้
ก็
เพราะต้
องการบรรยากาศที่
สงบเย็
นตามธรรมชาติ
แบบชาวสวนบริ
เวณนี
้
ไว้
พั
กผ่
อนตากอากาศเป็
นที่
สํ
าราญใจ วงวั
งบางคอ
แหลมได้
เข้
ามาอยู
่
ในพื
้
นที่
นี
้
เพี
ยงระยะสั
้
นประมาณ 5 จากช่
วง พ.ศ. 2470-2475 แต่
ชื่
อเสี
ยงของวง
วั
งบางคอแหลมเป็
นที่
ยอมรั
บว่
าเป็
นวงดนตรี
ไทยอั
นดั
บหนึ
่
งวงหนึ
่
งในขณะนั
้
น
กลุ
่
มดนตรี
ทั
้
ง 2 กลุ
่
มนี
้
แม้
จะไม่
มี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นโดยตรง แต่
การถ่
ายทอดเชิ
งความรู
้
ที่
อยู
่
ในแวดวงนั
กดนตรี
ที่
อยู
่
ในสั
งคมที่
กว้
างออกมาก็
มี
อยู
่
ตลอดที่
บางโคล่
จากการศึ
กษาพบว่
ามี
กลุ ่
ม
นั
กดนตรี
ของชาวบ้
านได้
ใช้
วิ
ธี
การแบบครู
พั
กลั
กจํ
าแล้
วนํ
ามาพั
ฒนาความรู
้
ทางดนตรี
ของตน หรื
อ
บางคนได้
เรี
ยนรู
้
เชิ
งดนตรี
จากนั
กดนตรี
ที่
เคยเข้
าไปอยู
่
ในวั
งบางคอแหลม หรื
อบางคนก็
ได้
เข้
าไป
เป็
นลู
กศิ
ษย์
ของคนที่
อยู
่
ในกลุ
่
มนั
กดนตรี
ของวั
งบางคอแหลม
กลุ
่
มนั
กดนตรี
ชาวบ้
านที่
บางโคล่
ก็
เป็
นเช่
นเดี
ยวกั
บชุ
มชนชาวสวน ริ
มนํ
้
าเจ้
าพระยาที่
อยู
่
ใน
บริ
เวณอื่
นๆ ดนตรี
ไทยได้
เป็
นวั
ฒนธรรมที่
สํ
าคั
ญของคนในชุ
มชน ในบางโคล่
-บางคอแหลม มี
กลุ
่
มนั
กดนตรี
ไทยที่
รวบรวมได้
นั
บจากอดี
ตมี
ประมาณ 6 คณะด้
วยกั
น มี
ทั
้
งเล่
นคนเดี
ยวและที่
มี
สมาชิ
กจํ
านวนมาก ได้
แก่
ครู
ฟ้
อน แจ้
งกิ
จ กลุ ่
มนั
กดนตรี
แถววั
ดดอกไม้
กลุ
่
มนั
กดนตรี
สายวั
ดปริ
วาศ กลุ
่
มสายวั
ดบางโคล่
กลุ ่
มวั
ดจั
นทร์
ใน และ สายบางคอแหลม นั
กดนตรี
ชาวบ้
านเหล่
านี
้
เล่
น
ดนตรี
เพื่
อความสุ
ขและผ่
อนคลาย และก็
เพื่
อใช้
ในกิ
จพิ
ธี
ทางศาสนาและพิ
ธี
กรรมที่
เกี่
ยวข้
องกั
บชี
วิ
ต
ของคนในชุ
มชนเป็
นสํ
าคั
ญ
การที่
ชาวบ้
านทั
้
งที่
เป็
นชาวสวนและผู
้
ที่
เคลื่
อนย ้
ายเข้
ามาอยู
่
ในถิ ่
นนี
้
ในอดี
ตให้
ความผู
กพั
น
กั
บดนตรี
ไทยเป็
นอย่
างมาก ก็
เนื่
องจากดนตรี
ไทยวั
ฒนธรรมที่
อยู
่
ในสั
งคมไทยมานานแล้
ว สวน
บางโคล่
เป็
นสวนที่
ให้
ผลตอบแทนแก่
ผู
้
เป็
นเจ้
าของสวนอย่
างดี
ดั
งนั
้
นพวกนี
้
จึ
งสามารถมี
เงิ
น
พอที่
จะซื
้
อเครื่
องดนตรี
ที่
ดี
ไว้
สํ
าหรั
บการพั
กผ่
อนและหาความสุ
ขกั
บเสี
ยงดนตรี
ได้
และจากการที่
เป็
นชุ
มชนที่
อยู
่
ริ
มแม่
นํ
้
าเจ้
าพระยา
การถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมดนตรี
ของผู
้
ที่
อยู
่
รอบอ่
าวไทยก็
มี
อยู
่
ตลอดเวลา เช่
นกรณี
ที่
วั
ดเรื
องยศสุ
ทธาราม(วั
ดบางโคล่
ใน) เจ้
าอาวาส 2 ท่
าน คื
อหลวงตาเยื
้
อน และ
หลวงตาพวง มาจากอั
มพวา สมุ
ทรสงคราม โดยเฉพาะหลวงตาเยื
้
อนท่
านได้
นํ
าดนตรี
จากอั
มพวา
เข้
าสู
่
ชาวชุ
นบางโคล่
ปั
จจุ
บั
นสายดนตรี
นี
้
ย ั
งคงสื
บทอดอยู
่
ที่
บางโคล่
โดยมี
วั
ดเรื
องยศสุ
ทธารามหรื
อ