90
ครู
อุ
ปถั
มภ์
เรี
ยนจบจากวิ
ทยาลั
ยครู
สวนสุ
นั
นทาในปี
พ.ศ. 2512 ต่
อจากนั
้
นก็
ไปประกอบ
อาชี
พเป็
นครู
ตามที่
ได้
เรี
ยนมา
3.2 การสอนดนตรี
ไทยที่
วั
ดเรื
องยศสุ
ทธาราม(วั
ดบางโคล่
ใน)
ในวั
นที่
12 สิ
งหาคม ปี
พ.ศ. 2535 ครู
อุ
ปถั
มภ์
ได้
กลั
บมาใช้
ความรู
้
ทางดนตรี
ไทยอี
กครั
้
งหนึ
่
ง
เมื่
อท่
านพระครู
โอภาสกิ
ตติ
วั
ฒน์
มี
ความคิ
ดที่
จะให้
รวบรวมนั
กดนตรี
พื
้
นบ้
านเท่
าที่
จะหาได้
และตั
้
งให้
พ่
อ
ผาด พ่
อตาของท่
านเป็
นประธานชมรมดนตรี
ไทยวั
ดเรื
องยศ การเรี
ยนนั
้
นเริ
่
มต้
นที่
การนํ
าลู
ก หลานของ
ครู
ไปเรี
ยนก่
อน เป็
นการแลกเปลี่
ยนความรู
้
ทางดนตรี
กั
นด้
วย
สถานที่
เรี
ยนก็
ใช้
ที่
โรงครั
ว ศาลาหลั
งเก่
า
(ปั
จจุ
บั
นได้
รื
้
อไปแล้
ว)
การสอนดนตรี
ไทยของครู
อุ
ปถั
มภ์
ให้
กั
บเยาวชนที่
วั
ดเรื
องยศสุ
ทธาราม นั
บว่
าต่
างจากการสอน
ดนตรี
ไทยที่
อื่
นๆคื
อการสอนจะร้
องบอกเพลงเป็
นโน้
ตสากล ซึ
่
งวิ
ธี
การนี
้
ได้
มาจากครู
ทองใบที่
ไปสอน
แตรวงให้
กั
บพ่
อของท่
านที่
พิ
ษณุ
โลก ครู
อุ
ปถั
มภ์
ได้
อธิ
บายประโยชน์
ของวิ
ธี
การร้
องบอกเพลงด้
วยโน้
ต
สากลว่
าทํ
าให้
เด็
กไม่
งง แต่
ครู
จะเหนื่
อย สิ
่
งนี
้
ถื
อว่
าเป็
นเคล็
ดลั
บการสอนดนตรี
ไทยของวั
ดเรื
องยศฯ
ในระยะแรกมี
ครู
ดนตรี
ไทยมาช่
วยสอนหลายคน หลั
งจากจั
ดตั
้
งแล้
ว 3 ปี
ผู
้
ที่
สอนก็
เหลื
อแต่
ครอบครั
วของครู
อุ
ปถั
มภ์
จี
นสลุ
ต คื
อ ครู
อุ
ปถั
มภ์
และครู
ยุ
ภา(ภรรยา) นายอิ
ศรายุ
ว์
(บุ
ตรชาย) และ
นางสาวอิ
สราภา (ธิ
ดา) ดนตรี
ไทยที่
วั
ดบางโคล่
ใน มี
ผู
้
มาเรี
ยนกั
นมากขึ
้
น ในปี
พ.ศ. 2538 มี
นั
กเรี
ยน
ประมาณ 30-50 คน ในปี
นี
้
เองที่
สมาชิ
กสภาเขตได้
เข้
ามาดู
แลเละซื
้
อเครื่
องดนตรี
ให้
40 ชิ
้
น เป็
นขิ
ม 30
ชิ
้
น ซออู
้
และ ซอด้
วงอย่
างละ 5 ชิ
้
น และผู
้
อํ
านวยการเขตบางคอแหลมคนเก่
าก็
นํ
าเครื่
องดนตรี
มามอบให้
ด้
วย ตั
้
งแต่
นั
้
นมาก็
มี
ผู
้
มาเรี
ยนเป็
นร้
อยคน พร้
อมกั
นนั
้
นก็
มี
การปรั
บเปลี่
ยน วิ
ธี
การเรี
ยนใหม่
จากง่
ายไป
หายาก โดยเริ ่
มต้
นด้
วยเพลงแขกบรเทศ เต้
ยโขง ลาวเสี่
ยงเที
ยน และลาวจ้
อย เป็
นต้
น เมื่
อมี
นั
กเรี
ยน
มากขึ
้
นจึ
งต้
องปรั
บการสอนใหม่
โดยแบ่
งจุ
ด เรี
ยนเป็
น 3 จุ
ด
ครู
อุ
ปถั
มภ์
ได้
เล่
าเรื่
องการปรั
บการเรี
ยนการสอนดนตรี
ไทยของชมรมวั
ดเรื
องยศว่
า ในระยะ2-3
ปี
แรก การเรี
ยนการสอนเป็
นแบบสมั
ยเก่
า คนที่
เรี
ยนจะบ่
มว่
าเรี
ยนดนตรี
ไทยนั
้
นยาก ไหนจะต้
องจํ
าเพลง
ให้
ได้
ไหนจะต้
องจํ
าเทคนิ
คเครื่
องดนตรี
แต่
ละชิ
้
น ในสมั
ยโบราณครู
ยึ
ดคติ
ที่
ว่
าสอนยากๆใครทํ
าได้
ก็
จะ
สอนให้
และรั
บเป็
นลู
กศิ
ษย์
ถ้
าใครจํ
าอย่
างยากไม่
ได้
ก็
จะไม่
รั
บเป็
นลู
กศิ
ษย์
โดยเลื
อกเฉพาะคนที่
มี
พรสวรรค์
หรื
อมี
ความสามารถตามที่
ตนพอใจเท่
านั
้
น และนี่
คื
อจุ
ดดั
บของดนตรี
ไทย