Page 69 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

52
อี
กทั้
งนั
กปกครองชาวอั
งกฤษเอง ก็
ไม่
ได้
มี
มุ
มมองที่
ดี
ต่
อการทํ
างานของคนพื้
นถิ่
นเท่
าใดนั
ก ดั
งคํ
ากล่
าว
ของฮิ
วจ์
คลิ
ฟฟอร์
ด ที่
ยกขึ้
นมาก่
อนหน้
าแล้
ประกอบกั
บค่
านิ
ยมประกอบอาชี
พของชาวมลายู
มี
มุ
มมองต่
อการประกอบอาชี
พแรงงาน
รั
บจ้
างต่
างจากชาวจี
น เพราะรู้
สึ
กว่
าเป็
นงานที่
น่
ารั
งเกี
ยจและเสื่
อมเกี
ยรติ
11
จึ
งมั
กประกอบอาชี
พรั
ราชการและทํ
าการเกษตรแบบพอยั
งชี
พ โดยการทํ
าไร่
ทํ
านาเฉพาะในที่
ดิ
นของตนเท่
านั้
12
ดั
งนั้
นจึ
เปิ
ดโอกาสและเป็
นช่
องว่
างทางเศรษฐกิ
จให้
ชาวจี
นอพยพเข้
าไปเป็
นส่
วนหนึ่
งของระบบเศรษฐกิ
จของ
มาเลเซี
ยกํ
าลั
งเปิ
ดกว้
างขึ้
ด้
วยสถานการณ์
เช่
นนี้
ประกอบเข้
ากั
บการเปิ
ดขึ้
นเมื
องท่
าทะเลจี
นใต้
ของจี
นภายหลั
งการทํ
สนธิ
สั
ญญานานกิ
ง ก็
ย่
อมทํ
าให้
อั
งกฤษมี
ความสะดวกเข้
าไปจั
ดหาแรงงานชาวจี
นจากมณฑลริ
มทะเล
จี
นใต้
ที่
แสนยากลํ
าบากในการดํ
ารงชี
วิ
ตในแผ่
นดิ
นแม่
ให้
เข้
ามาสู่
การจ้
างงานในดิ
นแดนอาณานิ
คมของ
อั
งกฤษ ซึ่
งในช่
วงเวลาดั
งกล่
าวการส่
งออกแรงงานจากชาวจี
นก็
กํ
าลั
งดํ
าเนิ
นไปอย่
างคึ
กคั
ก จากคํ
สั
มภาษณ์
ของชาวฮกจิ
วนาบอนที่
บอกว่
าพ่
อตนเองเดิ
นทางออกจากอํ
าเภอกู่
เที้
ยน เมื
องฝู
โจว มณฑลฝู
เจี้
ยนเข้
าไปทํ
างานรั
บจ้
างนายอั
งกฤษในมาเลเซี
ย ต่
อมาหลั
งจากนั้
นยั
งได้
เดิ
นทางกลั
บไปชั
กชวนเพื่
อน
จากเมื
องจี
นให้
มาทํ
างานในมาเลเซี
13
คํ
าบอกดั
งกล่
าวนี้
ก็
สะท้
อนให้
เห็
นว่
าแรงงานชาวจี
นในมาเลเซี
ยขณะนั้
นเป็
นที่
ต้
องการของ
ตลาดแรงงานเพี
ยงใด ด้
วยการเดิ
นทางไปมาระหว่
างมาเลเซี
ยกั
บเมื
องฝู
โจวในช่
วงเวลานั้
น ย่
อมไม่
เป็
นไปด้
วยความสะดวกสบาย อี
กทั้
งค่
าใช้
จ่
ายในการเดิ
นทางก็
เป็
นจํ
านวนไม่
น้
อย
14
ประกอบกั
ค่
านิ
ยมหรื
อมุ
มมองของชาวจี
นในแผ่
นดิ
นใหญ่
ที่
มี
ต่
อชาวจี
นโพ้
นทะเลนั้
น ก็
ไม่
ได้
เป็
นไปในทางที่
ดี
เลย
11
กอบเกื้
อ สุ
วรรณทั
ต-เพี
ยร. (2517, สิ
งหาคม). จดหมายจากมาเลเซี
ย.
สั
งคมศาสตร์
ปริ
ทั
ศน์
.
หน้
72.
12
อั
งกฤษก็
มี
ความต้
องการให้
ชาวมลายู
ดํ
ารงชี
พด้
วยการประกอบอาชี
พแบบดั้
งเดิ
ม เห็
นได้
จากการออก
กฎหมายคุ้
มครองและสงวนที่
ดิ
นให้
แก่
ชาวมลายู
ค.ศ.1913 (Reservation Enactment) กฎหมายฉบั
บนี้
กํ
าหนดให้
ชาวมลายู
ผู
กติ
ดอยู่
กั
บที่
ดิ
นในชนบทและประกอบอาชี
พเกษตรกรรม โดยอั
งกฤษตระหนั
กถึ
งปั
ญหาการสู
ญเสี
ยที่
ดิ
ให้
แก่
ชาวต่
างชาติ
กลุ่
มอื่
น อย่
างไรก็
ตามกฎหมายดั
งกล่
าวก็
เป็
นการสงวนที่
ดิ
นซึ่
งยั
งไม่
มี
ผู้
ถื
อครอง หรื
อเป็
นที่
ดิ
นใหม่
ซึ่
งมี
สภาพเป็
นป่
ารกร้
างและไม่
มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
นอกจากนี้
ยั
งยกเว้
นที่
ดิ
นซึ่
งมี
แร่
ธาตุ
ให้
จั
ดอยู่
นอกการสงวน (ชาว
อั
งกฤษและชาวจี
นจึ
งมี
สิ
ทธิ
ครอบครองที่
ดิ
นซึ่
งมี
คุ
ณค่
าทางเศรษฐกิ
จได้
) แม้
ว่
ากฎหมายดั
งกล่
าวเอื้
อประโยชน์
ในการ
คุ้
มครองและสงวนที่
ดิ
นให้
แก่
ชาวมลายู
แต่
ก็
เป็
นที่
ดิ
นที่
มิ
ได้
มี
คุ
ณค่
าทางเศรษฐกิ
จเท่
าใดนั
ก (กรุ
ณา กาญจนประภา
กู
ล. (2537).
เล่
มเดิ
ม.
หน้
า 57.)
13
อุ
ดม วั
ชรวิ
จิ
ตร. อายุ
83 ปี
สั
มภาษณ์
ที่
สมาคมฟุ
โจวแห่
งประเทศไทย สาขานาบอน ต.นาบอน อ.นา
บอน จ.นครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
26 พฤษภาคม พ.ศ.2554.
14
สกิ
นเนอร์
จี
. วิ
ลเลี่
ยม. (2548).
เล่
มเดิ
. หน้
า 200.