Page 52 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

37
3.1 ภู
มิ
ศาสตร์
กั
บการอพยพของชาวจี
การพิ
จารณาลั
กษณะทางภู
มิ
ศาสตร์
เป็
นส่
วนสํ
าคั
ญหนึ่
งในการได้
มาซึ่
งภาพของอยู่
อาศั
ยและ
วิ
ถี
ชี
วิ
ตของผู้
คน เนื่
องด้
วยมนุ
ษย์
(ในยุ
คไม่
มี
ความก้
าวหน้
าทางเทคโนโลยี
สู
งเช่
นปั
จจุ
บั
น) ย่
อมหลี
กหนี
ไม่
พ้
นกั
บการเรี
ยนรู้
และปรั
บตั
วเพื่
ออยู่
ร่
วมกั
บธรรมชาติ
สิ
งแวดล้
อม ซึ่
งนั
บได้
ว่
าเป็
นตั
วแปรพื้
นฐาน
สํ
าคั
ญในการเริ่
มศึ
กษาความเปลี่
ยนแปลงของชุ
มชนหรื
อบ้
านเมื
องหนึ่
งๆ ถ้
าหากพิ
จารณาภู
มิ
สั
ณฐาน
ของประเทศจี
นในปั
จจุ
บั
นแล้
วก็
จะเห็
นได้
ว่
- ภาคเหนื
อมี
ลั
กษณะเป็
นที่
ราบสู
ง มี
เทื
อกเขาเรี
ยงรายอยู่
ระหว่
างที่
ราบสู
งธิ
เบต (ที่
ราบสู
งที่
มี
ความสู
งมากที่
สุ
ดในโลก) กั
บภู
เขาดิ
นแกน มี
ทะเลทรายโกบี
(Kobe)
- ภาคใต้
มี
ลั
กษณะเป็
นที่
ราบสู
งมี
เทื
อกเขาหลายเทื
อกเรี
ยงราย มี
ที่
ราบทํ
าการเพาะปลู
กได้
อยู่
ตามแนวชายฝั่
งทะเลจี
นใต้
และในลุ่
มแม่
น้ํ
าแยงซี
เกี
ยง
- ภาคกลางมี
ลั
กษณะเป็
นที่
สู
งและลาดต่ํ
าไปทางทิ
ศตะวั
นออก มี
พื้
นที่
ราบลุ่
มกว้
างใหญ่
เหมาะ
แก่
การทํ
าการเพาะปลู
13
จากลั
กษณะทางภู
มิ
ศาสตร์
ของประเทศจี
นที่
เป็
นเช่
นนี้
ทํ
าให้
พื้
นที่
มี
ความเหมาะสมต่
อที่
ทํ
การเพาะปลู
กและการดํ
ารงชี
พได้
อย่
างดี
ของผู้
คน มี
อยู่
เฉพาะในบริ
เวณภาคกลางหรื
อชาวจี
นเรี
ยกว่
“ตงหงวน” เท่
านั้
น ถ้
าเที
ยบอั
ตราส่
วนกั
นแล้
วพบว่
าพื้
นที่
บริ
เวณนี
นั
บได้
ประมาณร้
อย 10 ของพื้
นที่
ทั้
งหมดของประเทศเท่
านั้
ด้
วยเหตุ
นี้
นั
บตั้
งแต่
ครั้
งโบราณมาดิ
นแดนตงหงวนหรื
อที่
ราบลุ่
มในภาคกลางของจี
นจึ
งเป็
พื้
นที่
หลากหลายกลุ่
มคนทั้
งคนจี
นฮั่
นเองหรื
อคนต่
างถิ่
นจากทางตอนเหนื
อ (มองโกลเรี
ย-แมนจู
เรี
ย)
ต่
างก็
ต้
องการเข้
ามาครอบครองดิ
นแดนแห่
งนี้
ด้
วยกั
นทั้
งสิ้
*
13
สุ
ธิ
วงศ์
พงศ์
ไพบู
ลย์
และคณะ. (2544).
จี
นทั
กษิ
ณ : วิ
ถี
และพลั
ง.
หน้
า 267.
*
ภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
จี
นจะเห็
นได้
ว่
าเต็
มไปด้
วยเรื่
องราวของการสู้
รบทํ
าสงครามระหว่
างกั
นมาตั้
งแต่
ครั้
งโบราณ ไม่
ว่
าเป็
นสงครามจั
นกว๋
อในช่
วงปลายของแผ่
นดิ
นราชวงศ์
โจว สมั
ยสงครามสามก๊
ก ตลอดจนการทํ
สงครามรบพุ่
งกั
นอยู่
เสมอในหน้
าประวั
ติ
ศาสตร์
ของการผลั
ดแผ่
นดิ
นหรื
อราชวงศ์
ที่
ต่
างก็
ต้
องการเข้
ามาครอบครอง
ดิ
นแดนตงหงวนแห่
งนี้
รวมทั้
งคนต่
างเผ่
าเองก็
ตามดั
งเห็
นได้
จากประวั
ติ
ศาสตร์
จี
นมี
2 ราชวงศ์
เป็
นกลุ่
มคนจาก
ดิ
นแดนทางตอนเหนื
อรุ
กรานเข้
ามาและสามารถตั้
งราชวงศ์
ขึ้
นปกครองเมื
องจี
นได้
สํ
าเร็
จ คื
อ ราชวงศ์
หยวน ของชาว
มองโกล ราชวงศ์
ชิ
ง ของชาวแมนจู
เรี
ย นอกจากนั้
นภาพของการแก่
งแย่
งเข้
าชิ
งการถื
อครองดิ
นแดนตงหงวนยั
สะท้
อนผ่
านออกมาจากแนวคิ
ดของปรั
ชญาเมธี
ของจี
นคนสํ
าคั
ญ ทั้
ง “ขงจื่
อ” และ “เล่
าจื่
อ” ดั
งเห็
นได้
ว่
าหลั
กการ
ความคิ
ดของทั้
งสองปรั
ชญาเมธี
ที่
มี
อิ
ทธิ
พลอย่
างมากในสั
งคมจี
นนั้
น แม้
มี
ความแตกต่
างในเรื่
องของการปฏิ
บั
ติ
แต่
ก็
มี
ลั
กษณะร่
วมกั
นในเรื่
องของการชี้
นํ
าให้
มนุ
ษย์
ปฏิ
บั
ติ
ตนให้
สั
งคมสงบสุ
ข เนื่
องจากสภาพสั
งคมที่
มี
แต่
ความวุ่
นวายจาก
การทํ
าสงครามอยู่
เสมอนั่
นเอง