Page 167 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

151
5.2 ชุ
มชนชาวสวนยางพาราในช่
วงเวลาของการปรั
บเปลี่
ยนเข้
าสู
ระบบทุ
นนิ
ยม
(พ.ศ. 2504 - 2540)
ในช่
วงการปรั
บเปลี่
ยนเข้
าสู
ระบบทุ
นนิ
ยมช่
วงนี
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราไม้
เรี
ยงเกิ
การปรั
บเปลี่
ยนจากการผลิ
ตแบบพอเพี
ยงเข้
าสู
การผลิ
ตระบบทุ
นนิ
ยม การศึ
กษาครั
งนี
แบ่
งได้
เป็
ช่
วงย่
อย 2 คื
อ ช่
วงแรก ระบบเศรษฐกิ
จที่
ปรั
บเปลี่
ยนตามแผนพั
ฒนาฯ (พ.ศ. 2504 – 2520) ระบบ
เศรษฐกิ
จในช่
วงพั
ฒนาทั
กษะการผลิ
ต (พ.ศ. 2521 - 2540)
ช่
วงแรก ระบบเศรษฐกิ
จที่
ปรั
บเปลี่
ยนตามแผนพั
ฒนาฯ (พ.ศ. 2504 - 2520)
การเคลื่
อนไหวเปลี่
ยนแปลงที่
สํ
าคั
ญของประเทศไทยในปี
พ.ศ. 2504 เกิ
ดขึ
นหลั
งจาก
ที่
มี
การประกาศใช้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
1
ในระยะนี
รั
ฐบาลได้
ดํ
าเนิ
นการปรุ
งพั
ฒนาโครงสร้
างพื
นฐานของประเทศขนานใหญ่
เพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บการ
เปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จและสั
งคมตามแนวทางอารยประเทศ
ในแนวคิ
ดทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
หากพิ
จารณาจะเห็
นได้
ว่
าการเปลี่
ยนแปลงของ
ชุ
มชนชาวสวนยางพารา มี
สาเหตุ
จากมาทั
งสาเหตุ
ภายในและภายนอกชุ
มชน ในขณะเดี
ยวกั
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราบางชุ
มชนได้
พยายามรั
กษาวั
ฒนธรรมที่
เป็
นจุ
ดแข็
งของชุ
มชนเอาไว้
มี
การ
ปรั
บเปลี่
ยนวิ
ถี
ชี
วิ
ตเพื่
อรองรั
บกั
บภาวะเศรษฐกิ
จที่
เปลี่
ยนแปลงไป จากแนวคิ
ดนี
ได้
นํ
าไปสู
ความ
เข้
าใจพื
นฐานเกี่
ยวกั
บระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนในช่
วงเวลาของการเปลี่
ยนผ่
าน สะท้
อนให้
เห็
ข้
อเท็
จจริ
งที่
ว่
าระดั
บของวิ
วั
ฒนาการในสั
งคมต่
าง ๆ ณ เวลาหนึ
งมี
ความแตกต่
างกั
น ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างสั
งคมมี
ระดั
บของการวิ
วั
ฒนาการแตกต่
างกั
น โดยสั
งคมหนึ
งอาจจะปรั
บตั
วเพื่
อความอยู
รอดของชุ
มชน จนนํ
าไปสู
วิ
ถี
การผลิ
ตแบบใหม่
ที่
ชุ
มชนมองว่
าเป็
นผลประโยชน์
ต่
อชุ
มชน
เดิ
มชุ
มชนไม้
เรี
ยงมี
วิ
ถี
การผลิ
ตแบบย ั
งชี
พที่
ต้
องพึ
งพาสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
อยู
บนพื
นฐานการแลกเปลี่
ยนแรงงานและผลผลิ
ตระหว่
างครั
วเรื
อน มี
พลั
งของการรวมตั
วและความ
มี
นํ
าใจช่
วยยึ
ดโยงความเป็
นชุ
มชนไม้
เรี
ยงได้
อย่
างเข้
มแข็
ง ชุ
มชนมี
ศั
กยภาพในการพึ
งตนเองสู
นั
ยยะดั
งกล่
าวอยู
บนพื
นฐานของระบบเครื
อญาติ
ระบบอาวุ
โส ระบบอุ
ปถั
มภ์
และการพึ
งพา และ
มี
การใช้
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ร่
วมกั
น โดยมี
สิ
งเหนื
อธรรมชาติ
และความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
หรื
อเทวดา
เข้
ามาเกี่
ยวข้
องในการให้
คุ
ณและโทษเป็
นกุ
ลโลบายในการควบคุ
มการใช้
ธรรมชาติ
เหล่
านั
ส่
วนแหล่
งความรู
จากภายนอกชุ
มชนไม่
สามารถเข้
ามามี
บทบาทต่
อคนในชุ
มชนมากนั