111
หยุ
ดกรี
ด โดยนิ
ยมทํ
างานรั
บจ้
างก่
อสร้
างมากที่
สุ
ด เนื่
องจากสามารถใช้
เวลาในช่
วงที่
ว่
างเว้
นจาก
ช่
วงกรี
ดยางได้
การคมนาคม
การคมนาคมในพื
้
นที่
ไม้
เรี
ยงตั
้
งปี
พ.ศ. 2504 เป็
นต้
นมา ได้
มี
การพั
ฒนาการสั
ญจรอยู
่
ตลอดเวลา จากที่
เคยใช้
เส้
นทางรถไฟในการสั
ญจรโดยมี
สถานี
รถไฟที่
ทานพอ เป็
นจุ
ดรั
บส่
งที่
สํ
าคั
ญ ก็
เริ
่
มมาใช้
ถนนหนทางโดยใช้
การสั
ญจรทางรถย์
จั
กรยานยนต์
และรถยนต์
มากขึ
้
น แต่
อาจ
มี
บางช่
วงฤดู
ที่
ไม่
สามารถใช้
ถนนได้
ประมาณช่
วงปี
พ.ศ. 2510 ชาวบ้
านได้
ช่
วยกั
นสร้
างถนนในหมู
่
บ้
านที่
เป็
นถนนดิ
น
จากทางเดิ
นเท้
าเริ ่
มมี
การใช้
ถนนที่
สร้
างขึ
้
นจะมี
ลั
กษณะขรุ
ขระไม่
เรี
ยบ ช่
วงฤดู
แล้
งจะมี
ฝุ
่
นฟุ
้
ง
ตลบ ช่
วงฤดู
ฝนจะเป็
นหลุ
มเป็
นบ่
อ เป็
นโคลนตม คุ
ณบุ
ญสร้
าง พารา
เล่
าให้
ฟั
งว่
า “ในช่
วงฤดู
ฝนหากเดิ
นทางด้
วยจั
กรยาน หนทางการสั
ญจรลํ
าบากมาก ปั
่
นจั
กรยานได้
น้
อยกว่
าการเดิ
นเท้
า ใน
บางช่
วงถนนถึ
งกั
บต้
องแบกจั
กรยาน”
เส้
นทางการสั
ญจรที่
ชาวบ้
านนิ
ยมใช้
เดิ
นทางคื
อเส้
นทางไปย ั
งตลาดทานพอ ตลาดจั
นดี
ตลาดหลั
กช้
าง เพื่
อไปใช้
จ่
ายซื
้
อหาสิ
นค้
าและขายสิ
นค้
า เส้
นทางเหล่
านี
้
ได้
รั
บการปรั
บปรุ
งซ่
อม
ทางมาโดยตลอด ต่
อมาเมื่
อประมาณปี
ช่
วง พ.ศ. 2515-2518 มี
การใช้
ลู
กรั
ง และมี
การปรั
บปรุ
ง
ตกแต่
งจนเป็
นถนนที่
ใช้
สั
ญจรได้
ดี
ทํ
าให้
เกิ
ดความสะดวกในการสั
ญจรมากขึ
้
น
ปั
จจุ
บั
นทางรถยนต์
เป็
นเส้
นทางการสั
ญจรสายสํ
าคั
ญของไม้
เรี
ยง ถนนลาดยางสาย
หลั
ก ๆ ของไม้
เรี
ยงมี
2 สายเป็
นเส้
นทางจากตั
วอํ
าเภอฉวางผ่
านไม้
เรี
ยงและเชื่
อมต่
อกั
บอํ
าเภอถํ
้
า
พรรณราโดยไปบรรจบกั
บทางหลวงแผ่
นดิ
นหมายเลข 41 ระหว่
างทุ ่
งสงกั
บสุ
ราษฎร์
ธานี
และ
เส้
นทางลาดยางอี
กเส้
นทางจากไม้
เรี
ยงไปย ั
งตํ
าบลกระเปี
ยด อํ
าเภอพิ
ปู
น ปั
จจุ
บั
นถนนราดบาง
ช่
วงในไม้
เรี
ยงมี
การชํ
ารุ
ดไปบ้
าง โดยเฉพาะช่
วงที่
ผ่
านในหมู
่
ที่
9 หมู
่
ที่
10 เพราะบริ
เวณนี
้
มี
การ
ทํ
าเหมื
องแร่
ซึ
่
งมี
รถบรรทุ
กขนส่
งแร่
เข้
าออกตลอดเวลา จึ
งทํ
าให้
ถนนชํ
ารุ
ด ส่
วนของถนน
เชื่
อมต่
อระหว่
างหมู
่
บ้
านส่
วนใหญ่
จะเป็
นถนนคอนกรี
ตประมาณ 10 สาย โดยเฉพาะหลั
งปี
พ.ศ.2540
ถนนสายต่
าง ๆ ซึ
่
งที่
อยู
่
ในความรั
บผิ
ดชอบขององค์
การบริ
หารส่
วนตํ
าบลได้
มี
การปรั
บเป็
นถนน
คอนกรี
ตเป็
นส่
วนใหญ่
จึ
งสร้
างความสะดวกสบายในการติ
ดต่
อสั
ญจรของชาวบ้
านเป็
นอย่
างมาก
ทั
้
งย ั
งเป็
นเส้
นทางการลํ
าเลี
ยงสิ
นค้
าและบริ
การต่
าง ๆ เข้
าสู
่
ชุ
มชนและจากชุ
มชนไปสู
่
ภายนอก มี
1
บุ
ญสร้
าง พารา(ผู
้
ให้
สั
มภาษณ์
), สุ
ธิ
รา ชั
ยรั
กษา (ผู
้
สั
มภาษณ์
), หมู
่
ที่
8 ตํ
าบลไม้
เรี
ยง อํ
าเภอ
ฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
17 มกราคม พ.ศ. 2553.