ที่
รายการ
ระดั
บความคิ
ดเห็
น
มากที่
สุ
ด
มาก
ปานกลาง
น้
อย
น้
อยที่
สุ
ด
๑
ควรมี
การอนุ
รั
กษ์
และฟื
้
นฟู
ประเพณี
การแต่
งงานแบบ
ดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มต่
อไป
๒
ควรมี
การส่
งเสริ
มและเผยแพร่
ประเพณี
การแต่
งงาน
แบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มให้
กั
บเยาวชน
๓
ชุ
มชนของท่
านย ั
งมี
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
ม
ของชาวมุ
สลิ
ม
๔
ท่
านต้
องการให้
มี
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของ
ชาวมุ
สลิ
มทุ
กครั
้
งหลั
งพิ
ธี
การแต่
งงาน
๕
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มเป็
น
ความต้
องการของผู
้
ปกครองของคู
่
บ่
าวสาวมากกว่
า
ความต้
องการของคู
่
บ่
าวสาวเอง
๖
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มเป็
น
การแต่
งงานที่
เป็
นหลั
กปฏิ
บั
ติ
การแต่
งงานแบบมุ
สลิ
ม
๗
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มต้
อง
เสี
ยค่
าใช้
จ่
ายสู
งในการเตรี
ยมการ
๘
ความรู
้
ความเข้
าใจของท่
านเกี่
ยวกั
บประเพณี
การ
แต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
ม
๙
ความจํ
าเป็
นในการจั
ดการแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาว
มุ
สลิ
ม
๑๐
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มควรมี
การสื
บทอดต่
อไป
แบบสั
มภาษณ์
ที่
ใช้
ในโครงการวิ
จั
ยท้
องถิ
่
นแบบมี
ส่
วนร่
วม
หั
วข้
อการวิ
จั
ย :
ศึ
กษาประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ล : กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง”
(bersanding)
***********************************