๕๑
ถ๎
าเขาจะรบเร๎
าเอาให๎
ได๎
แมํ
ไปไหนไปไหนเสี
ยลํ
ะหนู
?
เอาแหวนทองเกลี้
ยงแมํ
นั่
นแลชู
คํ
าตอบอยูํ
ในนั้
นแล๎
วจ๎
ะแก๎
วใจ
ถ๎
าเขาอยากรู๎
ลํ
ะจ๏
ะวํ
าบ๎
านเรา
ไงจึ
งเหงาเหวํ
ว๎
านํ
าสงสั
ย?
ชี้
ให๎
ดู
เดื
อนค่ํ
าสามสิ
ทรามวั
ย
กั
บประตู
เปิ
ดไว๎
ตลอดกาล
…
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ยิ้
มจนสิ้
นลมปราณ, หน๎
า ๗๒)
๓. กลวิ
ธี
ทางภาษา
ในด๎
านการใช๎
ภาษา เป็
นคุ
ณสมบั
ติ
สํ
าคั
ญอยํ
างยิ่
งอี
กประการหนึ่
งที่
ทํ
าให๎
วรรณกรรมบทกวี
ของ “อุ
ชเชนี
” มี
ความโดดเดํ
นอยํ
างมาก ด๎
วยคุ
ณลั
กษณะเดํ
นในเชิ
งกวี
โวหารอยํ
างหลากหลาย ดั
งนี้
๓.๑ ภาพพจน์
เชํ
นเดี
ยวกั
บกวี
ฝี
มื
อดี
โดยทั่
วไป บทกวี
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ มี
การใช๎
ภาษาภาพพจน๑
อยํ
าง
รุํ
มรวย เพื่
อกระทบอารมณ๑
ความรู๎
สึ
ก หรื
อมุํ
งให๎
เห็
นภาพหรื
อเกิ
ดจิ
นตนาการ ภาพพจน๑
ลั
กษณะตํ
าง ๆ
ที
่
“อุ
ชเชนี
” นํ
าเสนอ ได๎
แกํ
๑) อุ
ปมาและอุ
ปลั
กษณ์
1
การใช๎
ความเปรี
ยบในด๎
วยลั
กษณะการอุ
ปมา (Simile)
และ อุ
ปลั
กษณ๑
(Metaphor)
เป็
นกลวิ
ธี
ที่
‚อุ
ชเชนี
‛ ใช๎
เสมอๆ ทั้
งนี้
นอกจากจะสร๎
างภาพอั
นชั
ดเจนแล๎
ว
ยั
งกระทบอารมณ๑
ความรู๎
สึ
กอยํ
างมาก ดั
งบทกวี
ตํ
อไปนี้
...
ดั่
งใครควั
กใจไปเชื
อด
โซมเลื
อดขวั
ญสิ้
นบิ
นแขวน
ลู
กร๎
างหํ
างไร๎
ใครแทน
ทั่
วแดนหาเหมื
อนลู
กยา
…
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
มิ
ช้ํ
าอกชอกฉะนี้
เลย, หน๎
า ๒๕)
1
รายงานวิ
จั
ยฉบั
บนี้
เสนอภาษาเปรี
ยบเที
ยบเป็
นภาพรวม ไมํ
แยกอุ
ปมาและอุ
ปลั
กษณ๑
เพราะไมํ
มี
ความแตกตํ
างทาง
อารมณ๑
ความรู๎
สึ
กหรื
อการรั
บรู๎
ความของผู๎
อํ
าน ทั้
งนี้
ในตํ
าราภาษาไทยสมั
ยกํ
อนใช๎
คํ
าเรี
ยกรวมกั
นวํ
า “อุ
ปมาอุ
ปมั
ย”