๑๔๐
เผยแพร่
องค์
ความรู้
ด้
านวรรณศิ
ลป์
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
สาขาวรรณศิ
ลป์
ให้
เป็
นที่
กว้
างขวาง
ยิ่
งขึ้
นด้
วย โดยมี
ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
และผู้
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
หลายคนมาร่
วมสั
มมนา อาทิ
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
ประยอม ซองทอง ม .ร.ว. อรฉั
ตร ซองทอง ถวั
ลย์
ดั
ชนี
และธนิ
สร์
ศรี
กลิ่
นดี
โดยมี
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ
อยุ
ธยา และศาสตราจารย์
ระวี
ภาวิ
ไล ร่
วมเข้
าฟั
งด้
วย และในตอนท้
ายของการ เสวนา ประคิ
ณ
ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ได้
ประพั
นธ์
บทกวี
ที่
เรี
ยงร้
อยจาก ใจแทนคาขอบคุ
ณ มอบแก่
ผู้
จั
ดและผู้
ร่
วมเสวนา
ความว่
า
กี่
วั
น ... กี่
เดื
อน ... กี่
ปี
...
กี่
เพลา ... นาที
... ล่
วงแล้
ว
มิ
ตรจิ
ตยั
งพราววาวแวว
กว่
าแก้
วมณี
หยาดฟ้
า
จั
กขอบคุ
ณอย่
างไรไม่
รู้
จบ
จั
กทวนทบพระคุ
ณการุ
ณไฉน
พู
ดสั้
นสั้
น ว่
า ‚ขอบคุ
ณ‛ จากหั
วใจ
คงรู้
ได้
ด้
วยใจ เช่
นเดี
ยวกั
น
อิ
ทธิ
พลต่
อนั
กวรรณกรรมร่
วมสมั
ย
ด้
วยเนื้
อหาอั
นจั
บใจและชั้
นเชิ
งวรรณศิ
ลป์
อั
นโดดเด่
นแพรวพราย ประกอบทั้
งผลงานที
่
มี
จานวน
มาก ทั้
งมี
การถ่
ายทอดเผยแพร่
อย่
างยาวนานในหลากหลายลั
กษณะ ในสื่
อทุ
กประเภท ก็
เป็
นอี
กส่
วน
หนึ่
งที่
ทาให้
วรรณกรรมของกวี
และนั
กเขี
ยน ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา มี
โอกาสสร้
างความประทั
บใจ
และเป็
นแรงบั
นดาลใจแก่
นั
กเขี
ยนและกวี
ในรุ่
นต่
อๆมาอย่
างกว้
างขวาง โดยเฉพาะบทร้
อยกรองใน
นามปากกา “อุ
ชเชนี
” นั
้
น ย่
อมมี
อิ
ทธิ
พลต่
อเส้
นทางวรรณกรรมไทยเป็
นอย่
างมาก โดยได้
เป็
นต้
นแบบ
รวมทั้
งสร้
างแรงบั
นดาลใจต่
อนั
กเขี
ยนกวี
และนั
กอ่
าน จานวนมากต่
อมาก ตามที่
ปรากฏหลั
กฐานอ้
างอิ
ง
ได้
ดั
งนี้
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
ผู้
กล่
าวว่
า บทกวี
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ ในหนั
งสื
อ
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
นั
้
น
เป็
นเสมื
อนคั
มภี
ร์
หรื
อต้
นแบบของนั
กกลอนในรุ่
นของเขา โดยรั
บทั้
งการใช้
ถ้
อยคาและวิ
ธี
เขี
ยนไปเป็
นแบบ
ฉบั
บ เฉพาะกลุ่
มนั
กกลอนฝี
มื
อดี
จากมหาวิ
ทยาลั
ยธรรมศาสตร์
และจุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ยที่
มี
โอกาส
แสดงผลงานทางสถานี
โทรทั
ศน์
ช่
อง ๔
1
เรี
ยกว่
ากลุ่
มนั
กกลอนบางขุ
นพรหม
นั
้
น นั
บถื
อ “อุ
ชเชนี
” เป็
นครู
สามารถท่
องบทกวี
ของ “อุ
ชเชนี
” ได้
เป็
นบทๆ ส่
วนตั
วของเนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
ก็
ได้
นาวลี
และความ
1
ปั
จจุ
บั
นคื
อ ไทยที
วี
สี
ช่
อง ๙ อสมท.