Page 43 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ
๒๙
“สาธุ
สาธุ
พระป
ญญาปารมี
๓๐ ตั๊
ด สาธุ
พระป
ญญาปารมี
วั
แวดล
อม วิริ
ยะปารมี
ออมระวั
งดี
สีละปารมี
บั
งหอกดาบ เมตตาปารมี ผาบแป
ตั
งบืน ทานะปารมี
หื้
อเป
นผืนตั
งต
อ อุ
เบกขาปารมี
หื้
อก
อเป
นเวี
ยง สั
จจะปารมี
แวดระวั
งดีเป
นไมใต ขั
นตีปารมี กลายเป
นหอกดาบบั
งหนาไม
และบืนไฟ อธิฏฐานะ
ปารมี ผั
นดาบไปทุ
กแห
ง แข็
ง ๆ แรง ๆ ปราบฝู
งหมู
มาร ผีสางพรายเปรต ทุ
กทวีป
พบถึ
บพั
งพายหนี นางธรณีอั
ศจรรย โสเสมือนผั
นอยู
ขาง ๆ น้ํ
านทีนองกวางตอกวาง
แตกตี
ฟอง นองนะเนื
อก เป
นข
าวตอกดอกไม
ถวายบู
ชาพระแก
วแก
นไท
สะทั
พระพุ
ทธั
งเลยจุ
งมาผายโผด อนุ
ญาตโทษโผดผู
ข
าแต
ดี
หลี
แม
ธรณี
ออกมารี
ดผม
อยู
ที่
ธาตุ
ช
างร
ายคายคะจั
ง งาสั
บดิ
น พ
นน้ํ
านที
ลงผั
ดผาย คอพรายหั
กทบท
าว
พยามารอ
าว ๆ ปู
นกลั
ว กราบยอมื
อขึ้
นทู
นหั
วใส
เกล
า ผู
ข
านี้
ได
ชื่
อว
า ลู
กศิ
ษย
พระพุ
ทธเจา มีบุ
ญสมภารอั
นมากนั
ก พระพุ
ทธเจาจึ
งจั
กตั
้งป
ญญาปารมีไว
๙ ชั
ตั
้งไวตั
งหนาก็
ได
๙ ชั
้น ตั
้งไวตั
งหลั
งก็
ได
๙ ชั
น ตั
้งแต
หั
วถึงตีนก็
ได
๙ ชั
้น ตั
้งแต
ตี
นถึ
งหั
วก็
ได
๙ ชั
น แสนว
าลู
กป
นจั
กมาเสมอเหมือนฝนแสนห
า ก็
บ
จั
กมาใกล
ได
ข
าพเจ
าเลยได
ว
า พุ
ทธะคุ
ณั
ง ธั
มมะคุ
ณั
ง สั
งฆะคุ
ณั
ง พุ
ทธะอิ
นทา ธั
มมะอิ
นทา
สั
งฆะอิ
นทา อั
สสะอั
บ แม
ธรณี
ผู
อยู
เหนื
อน้ํ
า ผู
อยู
ค้ํ
าแผ
นดิ
นกั
นข
าได
ระนึ
กกิ้
ดเถิ
คุ
ณพระป
ตา คุ
ณพระมารดา คุ
ณครู
บาอาจารย
คุ
ณพระแก
วเจาตั
ง ๓ ประการ คือ
คุ
ณพระพุ
ทธ คุ
ณพระธรรม คุ
ณพระสงฆ
และคุ
ณแดด คุ
ณฝน คุ
ณลม
คุ
ณกุ
สราชเจ
าก็
ดี คุ
ณพระตนภาวนาก็
ดี คุ
ณนางอุ
ตตะราก็
ดี คุ
ณพระป
จเจกเจาก็
ดี
คุ
ณแม
ธรณีเจาก็
ดี
จุ
งมารั
กษาตั
งก๊ํ
าหน
าและก๊ํ
าหลั
ง ตนตั
วแหงขาพเจ
า ในคืนวั
นนี้
ยามนี้
จี
มแต
เตอะ
พุ
ทโธพุ
ทธั
งรั
กษา ธั
มโมธั
มมั
งรั
กษา สั
งโฆสั
งฆั
งรั
กษา พุ
ทโธพุ
ทธั
งอะระหั
ธั
มโมธั
มมั
งอะระหั
ง สั
งโฆสั
งฆั
งอะระหั
ง พุ
ทโธพุ
ทธั
งกั
ณหะ ธั
มโมธั
มมั
งกั
ณหะ
สั
งโฆสั
งฆั
งกั
ณหะ อายุ
วั
ณโณ สุ
ขั
ง พะลั
ง ฯ”
หั
วใจคาถาธรรม บทอิ ติ
ป
โส ๘ ทิ
ศ บทสวดมนตปารมี
๙ ชั
น ของครู
บาศรีวิชั
ย และ
บทสวดมนต
สรรเสริญพุ
ทธคุ
ณ ธรรมคุ
ณ สั
งฆคุ
ณ ที่
โบราณจารยถือวามี
คุ
ณ และแตละบท
ก็
มีคุ
ณต
างกั
นไป ซึ่
งนายมานพ ยาระณะ ไดนํ
าเอาหั
วใจยอของแตละคาถามาสรางเป
นรหั
สใช
ในการกํ
าหนดสติ
ในการถ
ายทอดศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านล
านนาของตนเองได
อย
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญ ไดแก