องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๒๘๒
กรุ
งเทพมหานคร สนามมวยเวที
ราชดํ
าเนิน ชกมวยทั
้งหมด ๑๐๐ กว
าครั
้ง แพ
เพี
ยง ๒ ครั
้ง
หลั
งจากเลิกชกมวยแลวกลั
บมาเป
ดค
ายมวย “คล
องประชั
น” ที่
บ
าน และในระหว
างสอนการ
ชกมวยอยู
นั
้น ก็
ออกสามลอถี
บรั
บจ
างแถวตลาดสั
นป
าข
อยไปดวยการที่
นายมานพ ยาระณะ
ใช
ชื่
อในการชกมวยวาพั
นศั
กดิ์
ในเวลาต
อมาจึ
งมีผู
เรียกว
าพ
อครู
พั
นบ
าง ตาพั
นบ
าง
การสืบทอดศิลปะการแสดงพื้
นบานล
านนา นายมานพ ยาระณะได
เรี
ยนการตี
กลอง
ไชยมงคลจากครู
บามหาวรรณ วั
ดแม
จ
อง
เรียนการฟ
อนเจิง ตบมะผาบ ฟ
อนดาบ ฟอนหอก จากครู
คํ
า ขุ
นพรหม
เรียนฟ
อนสาวไหมหรือฟ
อนแมงบ
ง จากครู
เผชิ
ญ สุ
วรรณรั
งษี
เรียนศิ
ลปะการตีกลองปู
เจ
จากครู
หลา กุ
หม
าชาวไทใหญ
ครู
ใหม
อภิ
บาล
เรียนศิ
ลปะการตีกลองมองเซิ
ง จากครู
รอด อั
กษรทั
บ
เรียนการตีฉาบ จากครู
สองเมือง อภิบาล
เรียนการตีขิมกั
บนาของทานคื
อครู
พล ยาระณะ
เรียนดนตรีไทยกั
บ ครู
สุ
จิ
นต รั
ตนคํ
านวณ (ผู
ก
อตั
้งวงสุ
จิ
นตและสหาย)
นายมานพ ยาระณะไดนํ
าความรู
ที่
ไดสืบทอดมา ร
วมแสดงเผยแพร
ในงานวั
ฒนธรรม
ประเพณีต
างๆมาโดยตลอด จนมีชื่
อเสียงเป
นที่
รู
จั
กอยางแพรหลาย และไดรั
บการยกย
องว
า
เป
นผู
มีความสามารถในศิ
ลปะการแสดงเจิ
ง และกลองพื้
นบ
านลานนา
การถ
ายทอดศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านล
านนา นายมานพ ยาระณะได
นํ
าเอาคํ
าสอน
ของครู
บามหาวรรณที่
ได
กํ
าชั
บไวว
า “
ใหชวยกั
นรั
กษาของดีบานเราไวใหดี จะเป
นสิริมงคลแก
ตั
วและบ
านเมื
อง และเวลาถ
ายทอดวิ
ชาให
ใคร ห
ามเก็
บเอาสตางค
”
มาถื
อปฏิ
บั
ติ
อย
าง
เคร
งครั
ด โดยในป
พ.ศ.๒๔๙๖ ไดเป
ดสอนศิลปะการแสดงพื้
นบานล
านนาใหแก
เด็
ก เยาวชน
และผู
สนใจทั่
วไปที่
บ
านพั
กของตนเอง โดยไม
คิ
ดค
าใช
จายในการสอนใดๆทั
้
งสิ้
น
ในป
การศึ
กษา ๒๕๓๘ วิ
ทยาลั
ยนาฏศิ
ลปเชี
ยงใหม
ได
เล็
งเห็
นความสํ
าคั
ญของ
ศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านซึ่
งนั
บวั
นจะสู
ญหายไป และได
ทราบว
านายมานพ ยาระณะเป
นผู
มี
ความรู
ความสามารถในดานศิลปะการแสดงพื้นบานลานนา โดยเฉพาะอยางยิ่
ง การฟอนเจิง
และการตี
กลองพื้
นบ
านทุ
กชนิ
ด อย
างหาตั
วจั
บยากคนหนึ่
ง และเป
นบุ
คคลหนึ่
งที่
ควรได
รั
บ
การสนั
บสนุ
น จึ
งได
เรี
ยนเชิ
ญให
เข
าทํ
างานในตํ
าแหน
งผู
ชํ
านาญการสอนศิ
ลปะพื้
นบ
าน ทํ
า
หนาที่
ถ
ายทอดวิชาความรู
ให
แก
ครู
อาจารย นั
กเรียนนั
กศึกษาของวิทยาลั
ยนาฏศิลปเชียงใหม
จวบจนป
จจุ
บั
น