ค
บทคั
ดย
อ
การวิจั
ยเรื่
ององคความรู
ศิ
ลป
นแหงชาติ
นายมานพ ยาระณะ เป
นการศึกษาเกี่
ยวกั
บ
ประวั
ติ ผลงาน อั
ตลั
กษณ
แรงบั
นดาลใจ กระบวนการสรางสรรค กระบวนการถายทอด และ
ผลกระทบหรื
ออิ
ทธิ
พลจากผลงานของนายมานพ ยาระณะ ใช
ระเบี
ยบวิ
ธี
วิ
จั
ยเชิ
งคุ
ณภาพ
ข
อมู
ลที่
ศึ
กษาใช
การสั
งเคราะห
เอกสาร การสั
มภาษณ
และการสนทนากลุ
ม ผลการวิ
จั
ย มี
ดั
งนี้
นายมานพ ยาระณะ เกิดเมื่
อวั
นที่
๕ เดือนกั
นยายน พ.ศ. ๒๔๗๔ ที่
จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม
ได
เรี
ยนวิ
ชาต
อสู
ป
องกั
นตั
ว จากครู
เณร เรี
ยนการตี
กลอง เจิ
ง และศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
าน
ลานนา จากครู
บามหาวรรณ ครู
คํ
า ขุ
นพรหม ครู
เผชิญ สุ
วรรณรั
งษี
ครู
หลา กุ
หมา ครู
ใหม
อภิ
บาล ครู
รอด อั
กษรทั
บ ครู
สองเมือง อภิ
บาล ครู
พล ยาระณะ และครู
สุ
จิ
นต รั
ตนคํ
านวณ
ด
านการถ
ายทอดนายมานพ ยาระณะ ได
เป
ดสอนศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านล
านนา
ใหแกเยาวชน และผู
สนใจทั่
วไปที่
บานพั
กของตนเอง โดยไมคิดคาใชจายในการสอนใดๆทั
้งสิ้
น
มาตั
้งแต
ป
พ.ศ.๒๔๙๖ และในป
การศึกษา ๒๕๓๘ วิทยาลั
ยนาฏศิลปเชียงใหม
ไดเรียนเชิญให
เข
าทํ
างานในตํ
าแหน
งผู
ชํ
านาญการสอนศิ
ลปะพื้
นบ
าน นอกจากนี้
นายมานพ ยาระณะ ยั
ง
ไดรั
บเชิ
ญให
ไปสอน ณ สถาบั
นการศึ
กษา หนวยงาน องคกร ชุ
มชนตางๆเป
นจํ
านวนมาก ดวย
ความเชี่
ยวชาญในด
านศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านล
านนา และเป
นผู
ที่
มี
ความมุ
งมั่
นในการ
ถ
ายทอดภู
มิ
ป
ญญาที่
ตนเองมี
อยู
ให
กั
บลู
กหลาน จึ
งได
รั
บการยกย
องเชิ
ดชู
เกี
ยรติ
เป
นศิ
ลป
น
แห
งชาติ สาขาศิ
ลปะการแสดง (การแสดงพื้
นบ
าน - ช
างฟ
อน) พุ
ทธศั
กราช ๒๕๔๘
อั
ตลั
กษณ
ที่
โดดเด
นของนายมานพ ยาระณะ มี
๓ ด
านคือ (๑) อั
ตลั
กษณ
ด
านความ
เป
นครู
(๒) อั
ตลั
กษณ
ด
านความเป
นศิ
ลป
น
(
๓
)
อั
ตลั
กษณ
ด
านการรั
กษาจารี
ต รู
ปแบบการ
แสดง และใช
คาถาธรรมกํ
ากั
บการตีกลอง
องค
ความรู
ด
านศิ
ลปะการแสดงที่
โดดเด
นของนายมานพ ยาระณะ ประกอบด
วย
(๑) องค
ความรู
ดานศิลปะการตอสู
เจิงมือเปลา เจิงดาบ (ฟอนดาบ) เจิงหอก (ฟอนหอก) เจิง
ไม
ค
อน เจิงหลาว (๒) องค
ความรู
ดานศิ
ลปะการแสดงกลองพื้
นบ
านลานนา กลองไชยมงคล
กลองบู
ชา กลองปู
เจ
กลองมองเซิ
ง การสร
างกลองแบบไม
ประกอบและแบบสานด
วยไม
ไผ
(๓) ผลงานสรางสรรค
ฟ
อนผาง(ผางประที
ป) ฟ
อนเจิ
ง ฟ
อนฉาบ
แรงบั
นดาลใจในการสร
างสรรค
ผลงานของนายมานพ ยาระณะ เกิ
ดจาก (๑) แรง
บั
นดาลใจที่
มาสั
งคม วั
ฒนธรรม ประเพณี
(๒) แรงบั
นดาลใจที่
มาจากการแสดงศิลปะพื้นบาน
ลานนา (๓) แรงบั
นดาลใจที่
เกิ
ดจากตํ
านาน ชาดก และคาถาธรรมต
าง ๆ