องค
ความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
:
นายมานพ ยาระณะ
๑๕๑
โน
ตการดํ
าเนินจั
งหวะกลองไชยมงคล
๑.จั
งหวะแปดหมื่
นสี่
พั
นพระธรรมขั
นธ
(ให
นั
บจั
งหวะอิสระในใจ ๑ - ๘)
การนั
บจั
งหวะอยางอิสระ ๑ – ๘ นี้
เป
นเพี
ยงการอนุ
มานความรู
สึกในการเริ่
มตนของ
ของบทเพลง เป
นการทํ
าจิตใจให
สงบเพื่
อเกิ
ดสมาธิ
วางจากความคิดที่
ก
อให
เกิ
ดความสั
บสน
อั
นทํ
าให
เกิ
ดกิ
เลส มุ
งเนนศรั
ทธาจนเกิ
ดสมาธิ
ระลึกถึ
งพระธรรมคํ
าสอนอั
นดีงามขององค
พระ
สั
มมาสั
มพุ
ทธเจาเพื่
อเขาสู
สภาวะที่
เรียกว
า
ธรรมาธิษฐาน
เพื่
อก
อให
เกิ
ดผลบุ
ญและกุ
ศลแกผู
บรรเลงและผู
รั
บฟ
งอั
นเนื่
องมาจากการศรั
ทธาของผู
บรรเลง ดั
งนั
้น
จั
งหวะดั
งกล
าวจึ
งไม
สามารถเขียนห
องกั้
นโน
ต
เพื่
อกั
้
นศรั
ทธาและสมาธิของผู
บรรเลงให
เป
นจั
งหวะได
นายมานพ
ยาระณะ อธิ
บายในส
วนนี้
วาเป
นการกํ
าหนดจิ
ตใน
กรอบแปด
(นั
บจั
งหวะอิสระในใจ ๑ – ๘)
โดยไม
ยึ
ดโยงกั
บจั
งหวะ
(๑)
กลอง
มื
อ
เสียงที่
เกิ
ด
ไชยมงคล
ซ
าย ตะ
วิธี
การตี
กลองไชยมงคล
๑. ตั
้งสติใหมั่
นคง อยู
ในทาเตรียมพรอม
๒. หายใจเขา
๓. หายใจออกพรอมกั
บตีกลองไชยมงคลดวยมือซ
าย “ตะ” ขณะที่
ตีให
นั
บ
๑ ในใจ (ตะ กั
บ ๑ เกิ
ดขึ้
นพรอมกั
น)
๔. แลวตามมาดวยการนั
บในใจ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ พอถึ
ง ๘ ให
ตี
“ตะ”
(ตะ กั
บ ๘ เกิ
ดขึ้
นพรอมกั
น)
(วิธี
การตีลํ
าดั
บที่
๑ ถึ
ง ๔ เป
นการตี
๑ เที่
ยว สํ
าหรั
บขั
้นตอนนี้
ให
ตี
๔ เที่
ยว)