Page 87 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ในขณะเดี
ยวกั
นได๎
มี
หนํ
วยงานทั้
งภาครั
ฐและเอกชนที่
เข๎
าใจบทบาทการทํ
างานของภาคประชาชน เข๎
ามาให๎
การ
สนั
บสนุ
นและทํ
างานรํ
วมกั
บชุ
มชนหลายหนํ
วยงาน ปรากฏการณ์
ดั
งกลํ
าวมานี้
สะท๎
อนให๎
เห็
นวํ
า การเมื
องท๎
องถิ่
มี
บทบาทตํ
อชุ
มชน ทั้
งในด๎
านการสํ
งเสริ
ม สนั
บสนุ
น หรื
อการเป็
นอุ
ปสรรค ทั้
งนี้
ขึ้
นอยูํ
กั
บวํ
าผู๎
มี
บทบาททาง
การเมื
องท๎
องถิ่
นในขณะนั้
นมี
อุ
ดมการณ์
ที่
สอดคล๎
องกั
บชุ
มชนหรื
อไมํ
และมี
วิ
สั
ยทั
ศน์
เพื่
อประโยชน์
สํ
วนรวมหรื
การเลื
อกกลุํ
ม เลื
อกข๎
าง เหตุ
การณ์
ลั
กษณะนี้
คงมิ
ได๎
เกิ
ดขึ้
นเฉพาะชุ
มชนตลาดสามชุ
กเพี
ยงแหํ
งเดี
ยว เพราะเป็
ผลผลิ
ตของระบบการเมื
องที่
มี
อยูํ
ทั่
วไปในสั
งคมไทย เพี
ยงแตํ
วํ
าชุ
มชนตลาดสามชุ
กสู๎
ไมํ
ถอย แม๎
จะได๎
รั
บแรงเสี
ยด
ทานอยํ
างหนั
ก แตํ
ไมํ
เคยยอมแพ๎
ที่
จะฝ่
าฟั
นอุ
ปสรรคตํ
างๆ เพื่
อไปสูํ
เป้
าหมายที่
ชุ
มชนได๎
รํ
วมกั
บปั
กธงไว๎
จนสํ
าเร็
และได๎
พบวํ
าชุ
มชนได๎
ผํ
านกระบวนการเรี
ยนรู๎
มากมาย ซึ่
งสามารถสรุ
ปเป็
นกิ
จกรรมหลั
กที่
ทํ
าให๎
ชุ
มชนขั
บเคลื่
อน
จนสามารถพลิ
กฟื้
นจากตลาดที่
ซบเซา มาเป็
นตลาดที่
มี
ชี
วิ
ตชี
วาได๎
อี
กครั้
งหนึ่
งนั้
น ประกอบด๎
วย ๑๒ กิ
จกรรม
ได๎
แกํ
๓.๑ สร้
างกลไกการทางาน
ด๎
วยการแตํ
งตั้
งคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
โดยการรวม
กรรมการชุ
ดแรกที่
เหลื
ออยูํ
และคณะกรรมการชุ
มชนจาก ๑๔ ชุ
มชน ในเขตเทศบาลเข๎
าด๎
วยกั
น การแตํ
งตั้
คณะกรรมการขึ้
นมาชุ
ดใหมํ
เนื่
องจากคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กบางคน เป็
นคนอาศั
ยอยูํ
นอกพื้
นที่
เชํ
น บาง
คนอาศั
ยอยูํ
กรุ
งเทพมหานคร บางคนอาศั
ยอยูํ
ที่
ตั
วจั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
ทํ
าให๎
การทํ
างานไมํ
คลํ
องตั
ว และบางตํ
าแหนํ
ไมํ
สอดคล๎
องกั
บความถนั
ด จึ
งได๎
ปรั
บเปลี่
ยนโครงสร๎
างคณะกรรมการออกเป็
น ๖ ฝ่
าย โดยมี
การกํ
าหนดบทบาท
หน๎
าที่
และภารกิ
จการทํ
างานให๎
มี
ความชั
ดเจน ทุ
กคนยอมรั
บวํ
าการทํ
างานเป็
นด๎
วยความสมั
ครใจ และทุ
กฝ่
ายต๎
อง
รํ
วมกั
นตั
ดสิ
นใจ และเคารพมติ
ในที่
ประชุ
ม ซึ่
งโครงสร๎
างคณะกรรมการดั
งกลํ
าวประกอบด๎
วย ๑) ฝ่
ายจั
ดระเบี
ยบ
ตลาดและพั
ฒนาสิ่
งแวดล๎
อม ๒) ฝ่
ายอนุ
รั
กษ์
และปรั
บปรุ
งอาคาร ๓) ฝ่
ายจั
ดตั้
งกองทุ
นเพื่
อการอนุ
รั
กษ์
ฟื้
นฟู
อาคาร
๔) ฝ่
ายประชาสั
มพั
นธ์
๕) ฝ่
ายสร๎
างเอกลั
กษณ์
๖) ฝ่
ายประสานงานราชพั
สดุ
การดํ
าเนิ
นงานของคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
โดยการสนั
บสนุ
นของมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไท มี
การดํ
าเนิ
นการอยํ
างตํ
อเนื่
อง ในการฟื้
นฟู
และปรั
บปรุ
งตลาดให๎
เป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยว รวมทั้
งการกระตุ๎
เศรษฐกิ
จของตลาดสามชุ
ก ประกอบกั
บ ในปี
พ.ศ. ๒๕๔๗ เครื
อขํ
ายการทํ
องเที่
ยวของจั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
ได๎
เข๎
มาพบปะพู
ดคุ
ยกั
บคณะกรรมการฯ เพื่
อแสวงหาความรํ
วมมื
อในการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กให๎
เป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยว
สํ
าคั
ญและมี
ชื่
อเสี
ยง ซึ่
งเป็
นการจุ
ดประกายที่
สํ
าคั
ญของการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กให๎
เป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวอี
กทางหนึ่
เพราะคณะกรรมการฯ ได๎
มี
โอกาสไปศึ
กษาดู
งานในแหลํ
งทํ
องเที่
ยวตํ
าง ๆ ที่
ประสบความสํ
าเร็
จ และสามารถนํ
าองค์
ความรู๎
ที่
ได๎
รั
บจากการศึ
กษาดู
งานมาปรั
บประยุ
กต์
ใช๎
กั
บตลาดของตนเอง จึ
งมี
การปรั
บโครงสร๎
างของ
คณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
ขึ้
นใหมํ
โดยแบํ
งออกเป็
น ๗ ฝ่
าย โดยเพิ่
มฝ่
ายทํ
องเที่
ยวขึ้
นมา
เพื่
อให๎
คณะกรรมการชุ
ดดั
งกลํ
าวเป็
นแกนหลั
กสํ
าคั
ญในการพั
ฒนาให๎
ตลาดสามชุ
กกลายเป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวที่
มี
ชื่
อเสี
ยงสื
บตํ
อไป
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๕๙