Page 78 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

สิ
นทรั
พย์
เป็
นทุ
น เพื่
อหารายได๎
เข๎
ารั
ฐตามนโยบายของรั
ฐในสมั
ยนั้
น ซึ่
งโครงการดั
งกลํ
าวสํ
งผลกระทบตํ
อชาว
ตลาดสามชุ
กที่
อาศั
ยอยูํ
บริ
เวณซอย ๑ ซอย ๒ ทั้
งในเรื่
องวิ
ถี
ชี
วิ
ต สิ
ทธิ
ในการอยูํ
อาศั
ย และคํ
าใช๎
จํ
ายในการ
กํ
อสร๎
างอาคารพาณิ
ชย์
ตลอดจนความไมํ
เชื่
อมั่
นวํ
“ถ้
ามี
การสร้
างเป็
นอาคารพาณิ
ชย์
แล๎
วจะทํ
าให๎
เศรษฐกิ
จใน
ตลาดสามชุ
กดี
ขึ้
นกวํ
าเดิ
มได๎
อยํ
างไร
จากเหตุ
การณ์
และปั
ญหาดั
งกลํ
าวที่
เกิ
ดขึ้
น จึ
งเป็
นจุ
ดเริ่
มต๎
นในการตํ
อต๎
านของชาวตลาดสามชุ
กตํ
นโยบายการพั
ฒนาของภาครั
ฐ (กรมธนารั
กษ์
) และสํ
งผลทํ
าให๎
ชาวตลาดสามชุ
กแบํ
งความคิ
ดออกเป็
น ๒ กลุํ
คื
อกลุํ
มของ คุ
ณพงษ์
วิ
น ชั
ยวิ
รั
ตน์
ซึ่
งขณะนั้
นดํ
ารงตํ
าแหนํ
งนายกเทศมนตรี
เห็
นด๎
วยกั
บกรมธนารั
กษ์
ที่
จะให๎
รื้
ตลาดอาคารไม๎
เกํ
าบริ
เวณซอย ๑ ซอย ๒ และสร๎
างเป็
นอาคารพาณิ
ชย์
เนื่
องจากเห็
นวํ
าอาคารไม๎
ที่
เป็
นตั
วตลาด
นั้
นทรุ
ดโทรมมาก นอกจากนั้
นเศรษฐกิ
จของตลาดสามชุ
กซบเซามาก อยูํ
แบบรอวั
นตาย ถ๎
ารื้
อแล๎
วสร๎
างใหมํ
รถยนต์
วิ่
งสะดวก การค๎
านํ
าจะกลั
บมา จึ
งรํ
วมมื
อกั
บกรมธนารั
กษ์
ในขณะที่
ชาวบ๎
านก็
มี
ปั
ญหา เนื่
องจากบางคน
กลั
วเกิ
ดอั
คคี
ภั
ย บางคนมี
ความพร๎
อม บางคนไมํ
พร๎
อมทางเศรษฐกิ
จ จึ
งเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตํ
อต๎
าน อี
กกลุํ
มภายใต๎
แกน
นํ
าของ นางปิ
ยรั
ตน์
สํ
าเริ
ศรั
มย์
เป็
นกลุํ
มที่
ไมํ
เห็
นด๎
วยที่
จะให๎
รื้
อตลาดอาคารไม๎
เกํ
าบริ
เวณซอย ๑ ซอย ๒ และ
ต๎
องการอนุ
รั
กษ์
อาคารเกํ
าแหํ
งนี้
ไว๎
ในเดื
อนกรกฎาคม ๒๕๔๔ ชาวตลาดสามชุ
ก ได๎
เชิ
ญ ดร.สมเกี
ยรติ
อํ
อนวิ
มล ซึ่
งเป็
นคนสามชุ
และดํ
ารงตํ
าแหนํ
งสมาชิ
กวุ
ฒิ
สภา มารํ
วมประชุ
มเพื่
อปรึ
กษาหารื
อแก๎
ไขปั
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นของชาวตลาดสามชุ
เกี่
ยวกั
บอนาคตของตลาดสามชุ
ก ณ ห๎
องประชุ
ม อํ
าเภอสามชุ
ก โดย ดร.สมเกี
ยรติ
อํ
อนวิ
มล ให๎
ความคิ
ดเห็
นวํ
“ถ้
ารื้
อตลาดมั
นง่
ายใช้
เวลาไม่
นานก็
รื้
อเสร็
จ แต่
ถ้
าจะสร้
างขึ้
นมาใหม่
เหมื
อนเดิ
มคงไม่
ได้
อี
กแล้
ว ”
อี
กทั้
งในที่
ประชุ
มได๎
มี
ผู๎
ถามวํ
“หากสร้
างใหม่
แล้
วขายไม่
ดี
ไม่
มี
เงิ
นส่
งธนาคาร ใครจะรั
บผิ
ดชอบ”
ในที่
สุ
ดที่
ประชุ
มมี
มติ
ให๎
“อนุ
รั
กษ์
ตลาดสามชุ
ก” ไว๎
เป็
นมรดกและแหลํ
งเรี
ยนรู๎
ทางวั
ฒนธรรมของชุ
มชนโดยการพั
ฒนาเป็
นแหลํ
ทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
เพื่
อฟื้
นฟู
เศรษฐกิ
จของตลาด ซึ่
งเป็
นความเห็
นที่
ขั
ดแย๎
งกั
บแนวทางของกรมธนารั
กษ์
ตํ
อมาในปี
พ.ศ. ๒๕๕๐ ธนารั
กษ์
จั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
ได๎
ทํ
าหนั
งสื
อหารื
อไปยั
งกรมศิ
ลปากรเพื่
อให๎
ความเห็
เกี่
ยวกั
บคุ
ณคํ
าทางโบราณคดี
ของอาคารสิ่
งปลู
กสร๎
างในตลาดสามชุ
ก และกรมศิ
ลปากรได๎
ให๎
ความเห็
นวํ
า อาคาร
ภายในตลาดสามชุ
ก จั
ดเป็
นประเภทโบราณสถานประเภท “ยํ
านประวั
ติ
ศาสตร์
” ที่
มี
ความสํ
าคั
ญในด๎
าน
ประวั
ติ
ศาสตร์
ชุ
มชน และรู
ปแบบอาคารพื้
นถิ่
น จึ
งสมควรอนุ
รั
กษ์
ไว๎
เพื่
อเป็
นแหลํ
งเรี
ยนรู๎
ของชุ
มชน ตั้
งแตํ
นั้
เป็
นต๎
นมาธนารั
กษ์
จั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
จึ
งได๎
รํ
วมมื
อกั
บชุ
มชนในการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กตามแนวทางที่
ชุ
มชน
ต๎
องการ จนประสบความสํ
าเร็
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๕๐