อยูํ
นั้
น ความสั
มพั
นธ์
ด๎
านอื่
นๆ ไมํ
เห็
นเดํ
นชั
ด แตํ
มี
ความสั
มพั
นธ์
อยํ
างหนึ่
งที่
เริ่
มเดํ
นชั
ดขึ้
นและมี
บทบาทตํ
อการ
เปลี่
ยนแปลงและนํ
าไปสูํ
การฟื้
นฟู
ตลาดสามชุ
ก ในเวลาตํ
อมา คื
อ ความสั
มพั
นธ์
ระหวํ
าง “คณะกรรมการพั
ฒนา
ตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
” กั
บ “เทศบาลตํ
าบลสามชุ
ก”
๑
. ผู้
นา
จากการดํ
าเนิ
นงานกระบวนการฯดั
งกลํ
าวข๎
างต๎
น พบวํ
า ปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให๎
การขั
บเคลื่
อนกิ
จกรรม
การแก๎
ไขปั
ญหา ฝั
นฝ่
าอุ
ปสรรคตํ
างๆ ตลอดจนการรวมพลั
งของคนในชุ
มชนให๎
ก๎
าวไปสูํ
เป้
าหมายที่
วางไว๎
จน
ประสบความสํ
าเร็
จ คื
อ มิ
ติ
ของผู๎
นํ
า ซึ่
งประกอบด๎
วย นายพงษ์
วิ
น ชั
ยวิ
รั
ตน์
(ประธานคณะกรรมการพั
ฒนา
ตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
) ซึ่
งดํ
าเนิ
นการรํ
วมกั
บคณะกรรมการฯ โดยการเรี
ยนรู๎
รํ
วมกั
บมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไท และ
เครื
อขํ
ายตํ
างๆ
นอกจากนี้
ได๎
มี
งานวิ
จั
ยซึ่
งสนั
บสนุ
นโดยคณะกรรมการวิ
จั
ยแหํ
งชาติ
(วช) ปี
พ.ศ. ๒๕๕๒ ให๎
กั
บ
ประกิ
จ ณ สมบู
รณ์
และคณะ ทํ
าการศึ
กษาปั
จจั
ยที่
มี
ผลตํ
อความสํ
าเร็
จของตลาดสามชุ
ก ๑๐๐ ปี
ได๎
นํ
าเสนอ
ข๎
อมู
ลการสั
มภาษณ์
เชิ
งลึ
กเกี่
ยวกั
บ “ภาวะผู๎
นํ
า” ซึ่
งถื
อเป็
นปั
จจั
ยอั
นดั
บแรกที่
มี
ตํ
อความสํ
าเร็
จดั
งกลํ
าว มี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
ความคิ
ดเห็
นเกี่
ยวกั
บประธานคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก (นายพงษ์
วิ
น ชั
ยวิ
รั
ตน์
) พบวํ
า
ประธานมี
ความเสี
ยสละ มี
ความจริ
งใจ เป็
นตั
วอยํ
างที่
ดี
มี
การรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นคนอื่
น มี
ความซื่
อสั
ตย์
มี
ความ
เชื่
อมั่
นในตนเอง มี
ความหนั
กแนํ
น คิ
ดถึ
งประโยชน์
สํ
วนรวมมากกวํ
าประโยชน์
สํ
วนตั
ว รู๎
จั
กให๎
อภั
ยและให๎
โอกาสคนอื่
น มี
ความรวดเร็
วในการทํ
างาน กล๎
าที่
จะลองผิ
ดลองถู
ก คิ
ดค๎
นกิ
จกรรมใหมํ
ๆ มี
ความสามารถในการ
แก๎
ไขปั
ญหา มี
วิ
สั
ยทั
ศน์
และมี
การติ
ดตามงานที่
ได๎
รั
บมอบหมาย มี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
- มี
ความเสี
ยสละทั้
งในด๎
านของเวลาและทรั
พย์
สิ
นสํ
วนตั
วเพื่
อพั
ฒนาตลาด
- มี
ความเชื่
อมั่
นในตนเองสู
ง และยั
งมี
ความสามารถในด๎
านตํ
างๆ จนทํ
าให๎
ผู๎
อื่
นมี
ความเชื่
อมั่
น
ในตั
วของเขาเชํ
นกั
น โดยเฉพาะคณะกรรมการตลาดซึ่
งมาจากบุ
คคลในชุ
มชนหลายกลุํ
ม หลายประเภท
- มี
ความหนั
กแนํ
น เมื่
อมี
ปั
ญหาอะไรเข๎
ามาก็
ไมํ
ยํ
อท๎
อ ไมํ
เอนเอี
ยงไปตามสถานการณ์
ตํ
างๆ
- มี
วิ
สั
ยทั
ศน์
กว๎
างไกล สามารถคิ
ดในสิ่
งที่
คณะกรรมการคิ
ดไมํ
ถึ
งแตํ
ทํ
านสามารถคิ
ดนํ
าไปได๎
- การคิ
ดถึ
งผลประโยชน์
ของสํ
วนรวม ในการบริ
หารงานจะเน๎
นไปที่
ผลประโยชน์
ของชุ
มชน
เป็
นหลั
ก
- การรู๎
จั
กการให๎
อภั
ย ความขั
ดแย๎
งระหวํ
างประธานฯ และกรรมการสามารถเกิ
ดขึ้
นได๎
บํ
อยๆ
อั
นเนื่
องจากความคิ
ดเห็
นที่
ไมํ
ตรงกั
น จนกระทั่
งเกิ
ดการกระทบกระทั่
งกั
น แตํ
อยํ
างไรก็
ตามเมื่
อได๎
ข๎
อสรุ
ปในที่
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๔๖