๔.มี
ความเชื่
อมั่
นในตนเอง คนสามชุ
กสํ
วนใหญํ
เป็
นชนชั้
นกลาง ประกอบอาชี
พค๎
าขายซึ่
งเป็
น
อาชี
พอิ
สระเป็
นสํ
วนใหญํ
จึ
งมี
ความเชื่
อมั่
นในตนเองสู
ง จะไมํ
ทํ
าตามทุ
กอยํ
างที่
มี
คนบอกให๎
ทํ
า โดย
ไ
มํ
มี
เหตุ
ผล
เพี
ยงพอ ไมํ
สามารถครอบงํ
าได๎
ตั
วอยํ
างเชํ
น ในการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กที่
ผํ
านมา ก็
เริ่
มจากการไมํ
ยอมให๎
กรมธนารั
กษ์
รื้
อตลาดสามชุ
กบริ
เวณซอย ๑ และซอย ๒ แตํ
จะขอพั
ฒนาในเชิ
งอนุ
รั
กษ์
กํ
อน ถ๎
าไมํ
ดี
ถึ
งจะยอมให๎
รื้
อตลาด ซึ่
งก็
เกิ
ดผลดี
ตามความเชื่
อมั่
นของคนสามชุ
ก คื
อการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก ให๎
เป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวเชิ
ง
อนุ
รั
กษ์
จนประสบความสํ
าเร็
จดั
งปั
จจุ
บั
นนี้
ทํ
ามกลางความขั
ดแย๎
งที่
เกิ
ดขึ้
น
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๒๐๑