Page 238-239 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
[
๑๙๙
]
ตารางที่
๑๓ องค์
ประกอบด้
านความเข้
มแข็
งของชุ
มชนตลาดสามชุ
ภาวะผู้
นา
การมี
ส่
วนร่
วม/กิ
จกรรม
Participation/Action
การปรั
บตั
ว/ความยื
ดหยุ่
Flexibility
การมี
อั
ตลั
กษณ์
(Identity)และ
ศาสนา/ประเพณี
/ความเชื่
การบริ
หารจั
ดการภู
มิ
ปั
ญญา
และการเรี
ยนรู้
ของชุ
มชน
การเชื่
อมโยงเครื
อข่
าย/การ
รั
กษาดุ
ลยภาพ
- มี
จิ
ตสํ
านึ
กรั
กบ๎
านเกิ
- เห็
นแกํ
ประโยชน์
สํ
วนรวม
- เสี
ยสละทั้
งเวลา/ทรั
พย์
สิ
- มี
วิ
สั
ยทั
ศน์
กว๎
างไกล
- มี
ความเชื่
อมั่
นในตนเองสู
- มี
ความหนั
กแนํ
- รู๎
จั
กให๎
อภั
ยเมื่
อมี
ความ
ขั
ดแย๎
- มี
ความรวดเร็
วในการ
ทํ
างาน
- มี
ความสามารถในการ
บริ
หารจั
ดการ
- มี
ความสามารถในการ
แก๎
ปั
ญหา
- มี
ความจริ
งใจ/ซื่
อสั
ตย์
- กล๎
าคิ
ด/กล๎
าทํ
- เป็
นตั
วอยํ
างที่
ดี
- มี
ความสามารถในการ
ประยุ
กต์
ใช๎
(หลั
งศึ
กษาดู
งาน
คิ
ดงานใหมํ
ๆ)
- มี
การติ
ดตามประเมิ
นผล
- ชุ
มชนให๎
ความรํ
วมมื
อดี
มาก
- มี
สํ
วนรํ
วมในการคิ
ดพู
ดคุ
ปรึ
กษาหารื
อ แสดงความ
คิ
ดเห็
นอยํ
างเต็
มกํ
าลั
งความรู๎
ความสามารถ เพื่
อนํ
าไปสูํ
การแก๎
ปั
ญหาของชุ
มชน
- รํ
วมกิ
จกรรมตามประเพณี
วั
ฒนธรรมของชุ
มชนอยํ
าง
สม่ํ
าเสมอนั
บถื
อกั
นเสมื
อน
ญาติ
- รํ
วมลงขั
นในกรณี
ที่
สมาชิ
ชุ
มชนประสบความ
เดื
อดร๎
อนต๎
องการความ
ชํ
วยเหลื
- รํ
วมขั
บเคลื่
อนกิ
จกรรม
อยํ
างตํ
อเนื่
อง
- รํ
วมแสดงความคิ
ดเห็
นทั้
โต๎
แย๎
งและเสนอแนะอยํ
าง
อิ
สระ (หลายหั
วดี
กวํ
าหั
เดี
ยว)
ด๎
วยพื้
นฐานที่
เป็
นชุ
มชนที่
ค๎
าขายมาตลอดคลุ
กคลี
อยูํ
กั
บกระบวนการการปรั
บตั
เพื่
อให๎
ทั
นกั
บการทํ
ามา
ค๎
าขายที่
เปลี่
ยนแปลง
ตลอดเวลา จึ
งถนั
ดกั
บการ
แก๎
ปั
ญหาเฉพาะหน๎
าจึ
งไมํ
คํ
อยยึ
ดรู
ปแบบการทํ
างานที่
ตายตั
วดั
งนั้
นการดํ
าเนิ
นงาน
หรื
อการขั
บเคลื่
อนใดๆ จึ
ยื
ดหยุํ
นตามสถานการณ์
ซึ่
สอดคล๎
องกั
บหลั
กการใน
การพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม
- เคารพนั
บถื
อศาลเจ๎
าพํ
อหลั
เมื
องประจํ
าตลาด
- พึ่
งตนเอง
- มี
จิ
ตสาธารณะ
- มี
การตื่
นตั
วตลอดเวลา
ไวตํ
อการรั
บรู๎
ความเป็
นไปของ
เศรษฐกิ
จ สั
งคม การเมื
อง
- อาหารอรํ
อย
- ถ๎
ามี
โอกาสจะไมํ
รี
รอ
- ไมํ
ปฏิ
เสธความรํ
วมมื
- กล๎
าแสดงความคิ
ดเห็
นอยํ
าง
อิ
สระ
- เป็
นชุ
มชนชั้
นกลาง
- มี
ศั
กยภาพในการรวมตั
วได๎
อยํ
างรวดเร็
- พั
ฒนาที่
จะมี
ปฎิ
สั
มพั
นธ์
กั
ทุ
กภาคสํ
วนด๎
วยความเสมอภาค
มี
พลั
งแรงขั
บในการ
เปลี่
ยนแปลงจากภายในชุ
มชน
เองตั้
งแตํ
ยุ
คบุ
กเบิ
กสามารถ
เปลี่
ยนแปลงป่
ามาเป็
นตลาด
ยุ
ครุํ
งเรื
องสามารถขยายอาณา
เขตทางการค๎
าตลอดลุํ
มน้ํ
าทํ
จี
นและตะวั
นตก ยุ
คซบเซาก็
พยายามแสวงหาทางออกใน
การแก๎
ปั
ญหาฝึ
กฝนทดลอง
เรี
ยนรู๎
จนประสบความสํ
าเร็
และมี
ความพร๎
อมที่
จะเป็
นทั้
ผู๎
ให๎
และผู๎
รั
บตลอดเวลาเรี
ยนรู๎
ทํ
ามกลางสั
งคมใหญํ
จน
สามารถก๎
าวเข๎
าไปยื
นแถวหน๎
อยํ
างมี
เกี
ยรติ
มี
ศั
กดิ์
ศรี
ในฐานะ
ชุ
มชนตั
วอยํ
าง (Best Practice)
ชุ
มชนมี
การเชื่
อมโยงกั
เครื
อขํ
ายตํ
าง ๆ ในการเสริ
พลั
งการเรี
ยนรู๎
และการ
ขั
บเคลื่
อน เชํ
น มู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชน
ไท มู
ลนิ
ธิ
เล็
ก –ประไพ
วิ
ริ
ยะพั
นธุ์
กองทุ
สนั
บสนุ
นการสร๎
างเสริ
สุ
ขภาพ สถาบั
นพั
ฒนา
องค์
กรชุ
มชน สมาคม
สถาปนิ
กสยามฯ สถาบั
เทคโนโลยี
พระจอมเกล๎
าเจ๎
คุ
ณทหารลาดกระบั
กระทรวงวั
ฒนธรรม ฯลฯ
โดยดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมตํ
าง ๆ
ด๎
วยการให๎
ความสํ
าคั
ญกั
การรั
กษาดุ
ลยภาพในการอยูํ
รํ
วมกั
นระหวํ
างมนุ
ษย์
กั
สั
งคม และธรรมชาติ
กั
สิ่
งแวดล๎
อม เพื่
อให๎
เกิ
ดการ
พั
ฒนาอยํ
างยั่
งยื