ท๎
องถิ่
นเป็
นพื้
นที่
ที่
เป็
นผลผลิ
ตของความสั
มพั
นธ์
ของผู๎
คนกั
บสิ่
งตํ
างๆรอบตั
ว ได๎
แกํ
ธรรมชาติ
ผู๎
คน ความเชื่
อ เศรษฐกิ
จ การเมื
อง ตลอดจนคํ
านิ
ยม ทั
ศนคติ
และระบบโลกาภิ
วั
ตน์
ที่
มี
ความเข๎
มแข็
งมากขึ้
น ทํ
า
ให๎
ผู๎
คนหั
นมาให๎
ความสนใจกั
บพื้
นที่
ที่
ถู
กเรี
ยกวํ
า “ท๎
องถิ่
น” โดยเน๎
นความสํ
าคั
ญกั
บวั
ฒนธรรมท๎
องถิ่
น
อั
ตลั
กษณ์
และชาติ
พั
นธุ์
ที่
หลากหลายเพื่
อใช๎
เป็
นเครื่
องมื
อในการตอบโต๎
และแสดงการขั
ดขื
นตํ
อการครอบงํ
าของ
โลกาภิ
วั
ตน์
พั
ฒนา กิ
ติ
อาษา
(๒๕๔๖)ในงานเรื่
อง
ท้
องถิ่
นนิ
ยม (LOCALISM)
ได๎
นํ
าเสนอวํ
า องค์
ความรู๎
แนวคิ
ด และมุ
มมองเกี่
ยวกั
บท๎
องถิ่
นควรได๎
รั
บการพิ
จารณาในฐานะที่
เป็
น กระแสท๎
องถิ่
นภิ
วั
ตน์
เป็
นกระแส
ชุ
มชนท๎
องถิ่
นที่
มี
รากฐานทางทรั
พยากร ภู
มิ
ปั
ญญา พั
ฒนาการ และประวั
ติ
ศาสตร์
การดํ
ารงอยูํ
ของตนเอง
ขณะเดี
ยวกั
นก็
เป็
นท๎
องถิ่
นที่
ไมํ
หยุ
ดนิ่
ง ตายตั
ว เป็
นท๎
องถิ่
นที่
เต็
มไปด๎
วยความแตกตํ
าง หลากหลาย สลั
บซั
บซ๎
อน
นอกจากนี้
ท๎
องถิ่
นยั
งเชื่
อมโยงสั
มพั
นธ์
กั
นเองทั้
งด๎
านเศรษฐกิ
จ การเมื
อง สั
งคม วั
ฒนธรรม และภู
มิ
นิ
เวศน์
รวมทั้
งเกี่
ยวข๎
องสั
มพั
นธ์
กั
บภู
มิ
ภาค ชาติ
นานาชาติ
และโลกอยํ
างแยกกั
นไมํ
ออก เราจึ
งไมํ
อาจจะตั
ดขาดกระแส
ท๎
องถิ่
นภิ
วั
ตน์
ออกจากกระแสโลกาภิ
วั
ตน์
ได๎
เลย เพราะทั้
งสองกระแส คื
อ สองด๎
านของเหรี
ยญเดี
ยวกั
นที่
เกี่
ย ว
โยงสั
มพั
นธ์
กั
นอยํ
างใกล๎
ชิ
ด
พรรณงาม เง่
าธรรมสาร และปรี
ดา คงแป้
น
(๒๕๔๗) ในปลุ
กบ๎
าน สร๎
างชุ
มชน คนสามชุ
ก ได๎
กลํ
าวถึ
งการเกิ
ดขึ้
นและพั
ฒนาการของคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก วํ
าเป็
นปรากฏการณ์
การกํ
อเกิ
ดและ
เติ
บโตขององค์
กรประชาชน/องค์
กรชุ
มชนท๎
องถิ่
นที่
สํ
งผลอยํ
างสํ
าคั
ญตํ
อกระบวนการพั
ฒนาในพื้
นที่
และ
ชี้
ให๎
เห็
นโอกาสในการพั
ฒนาทิ
ศทางขบวนการประชาสั
งคมในประเทศไทยที่
นํ
าศึ
กษากรณี
หนึ่
ง
ปลุ
กบ๎
าน สร๎
างชุ
มชน คนสามชุ
ก เป็
นการรวบรวมประสบการณ์
กระบวนการทํ
างานเพื่
อสร๎
าง
ความตระหนั
กให๎
ชุ
มชนได๎
นํ
าเอาศั
กยภาพของพื้
นที่
ในด๎
านตํ
างๆ ภู
มิ
ปั
ญญา ฐานความรู๎
และทรั
พยากรใน
ท๎
องถิ่
นที่
เป็
นต๎
นทุ
นทางวั
ฒนธรรมที่
สํ
าคั
ญ นํ
าเสนอในรู
ปแบบของวิ
ธี
การทํ
างานอยํ
างเป็
นรู
ปธรรม เป็
นการดึ
ง
เอาศั
กยภาพของชุ
มชนออกมาใช๎
เพื่
อชํ
วยกั
นฝ่
าวิ
กฤตความซบเซาที่
ชาวตลาดสามชุ
กต๎
องเผชิ
ญรํ
วมกั
น
ท้
องถิ่
นนิ
ยม : ในบริ
บทสั
งคมไทย
ท๎
องถิ่
นนิ
ยม (Localism) นั้
น หมายถึ
ง พั
นธะผู
กพั
นทางอารมณ์
ที่
มนุ
ษย์
ทั้
งในระดั
บปั
จเจกบุ
คคล
และระดั
บกลุํ
มมี
ตํ
อถิ่
นที่
อยูํ
อาศั
ย ประวั
ติ
ศาสตร์
วิ
ถี
ชี
วิ
ต ประเพณี
สั
ญลั
กษณ์
และอั
ตลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรมตํ
างๆ
ของตนเอง ซึ่
งหาใชํ
มี
ความหมายเพี
ยงหนํ
วยในการตั้
งถิ่
นฐานตามเขตการปกครองเทํ
านั้
น
กระบวนการท๎
องถิ่
นนิ
ยมที่
เกิ
ดขึ้
นและกํ
าลั
งเคลื่
อนไหวในปั
จจุ
บั
นพบได๎
ในหลากหลายแงํ
มุ
ม
ด๎
วยกั
นบ๎
างใช๎
เพื่
อเรี
ยกร๎
องการกระจายอํ
านาจให๎
แกํ
องค์
กรปกครองสํ
วนท๎
องถิ่
น บ๎
างรณรงค์
ให๎
ชุ
มชนหั
นมา
อนุ
รั
กษ์
หวงแหนวั
ฒนธรรมพื้
นถิ่
น (ภาษา, การแตํ
งกาย, ขนบธรรมเนี
ยมปฏิ
บั
ติ
,สถาปั
ตยกรรมท๎
องถิ่
น ฯลฯ)
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๒๓