ส่
วนที่
๓
แนวคิ
ด และทฤษฎี
ที่
เกี่
ยวข้
อง
๓.๑ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
น
การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นนั
บเป็
นแนวการศึ
กษาที่
คํ
อนข๎
างใหมํ
สํ
าหรั
บแวดวงการศึ
กษาด๎
าน
ประวั
ติ
ศาสตร์
ทั้
งในแงํ
ของการเก็
บข๎
อมู
ลจากคํ
าบอกเลํ
า เรื่
องราวของคนในท๎
องถิ่
นผํ
านเวที
เสวนา อั
นเป็
นการ
เริ่
มใช๎
“พยาน” มาประกอบกั
บ “หลั
กฐาน” ที่
เป็
นเอกสารทางประวั
ติ
ศาสตร์
ยิ่
งไปกวํ
านั้
นการเลํ
าเรื่
องราวของ
“ท๎
องถิ่
น” ก็
ยั
งเป็
นเรื่
องคํ
อนข๎
างใหมํ
เชํ
นเดี
ยวกั
น เพราะสํ
วนใหญํ
เรื่
องราวประวั
ติ
ศาสตร์
ของชาติ
ไทยมั
กเป็
น
เรื่
องของผู๎
คนที่
เป็
นบุ
คคลสํ
าคั
ญในประวั
ติ
ศาสตร์
ชาติ
และราชวงศ์
ตํ
าง ๆ การหั
นมาให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บคนใน
ท๎
องถิ่
นและเรื่
องราวของท๎
องถิ่
นจึ
งเป็
นการหั
กเลี้
ยวที่
สํ
าคั
ญ เป็
นการเริ่
มต๎
นของการยอมรั
บความหลากหลายของ
ท๎
องถิ่
นตํ
าง ๆ ทํ
าให๎
ลู
กหลานยุ
คปั
จจุ
บั
นได๎
เริ่
มเรี
ยนรู๎
และเห็
นความสํ
าคั
ญของรากเหง๎
าเผํ
าพั
นธุ์
ที่
ไปที่
มาของเขา
อั
นนํ
าไปสูํ
การสร๎
างสํ
านึ
กของความผู
กพั
นและรั
กท๎
องถิ่
นแผํ
นดิ
นเกิ
ด และเป็
นการทํ
าให๎
ทุ
กฝ่
ายได๎
หั
นไปค๎
นหา
“พลั
งของท้
องถิ่
น”
ที่
เคยมี
มาแตํ
เดิ
ม ไมํ
วํ
าจะเป็
นความรู๎
ภู
มิ
ปั
ญญา ฐานทรั
พยากร หรื
อสายใยความผู
กพั
นของ
ผู๎
คนที่
จะเป็
นพลั
งสํ
าคั
ญในการพั
ฒนาท๎
องถิ่
นตํ
อไปในอนาคต
แม๎
วํ
าในปั
จจุ
บั
นวงการวิ
ชาการโดยรวมจะตระหนั
กถึ
งความสํ
าคั
ญของการศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นวํ
าเป็
นรากฐานที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ดของการพั
ฒนาที่
ยั่
งยื
นของประเทศชาติ
สามารถจุ
ดประกายความคิ
ด และ
ขั
บเคลื่
อนให๎
“ประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
น”
ได๎
เข๎
าไปสร๎
างปั
จจุ
บั
นและอนาคตที่
เข๎
มแข็
งให๎
กั
บชุ
มชนท๎
องถิ่
นไทยได๎
อยํ
างยั่
งยื
น
ยงยุ
ทธ ชู
แวํ
น (๒๕๔๕)
ได๎
ให๎
ความหมายของประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นไว๎
วํ
า ประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
น
เป็
นประวั
ติ
ศาสตร์
แนวใหมํ
ที่
มุํ
งศึ
กษาวิ
ถี
ชี
วิ
ตของประชาชนในชุ
มชนท๎
องถิ่
นตํ
างๆ โดยเอาชี
วิ
ตชาวบ๎
านเป็
น
ศู
นย์
กลางของการศึ
กษา ซึ่
งนํ
าจะเกิ
ดประโยชน์
แกํ
ประชาชนในท๎
องถิ่
นอยํ
างแท๎
จริ
ง ซึ่
งแตกตํ
างจากการศึ
กษา
ประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นแตํ
เดิ
ม คื
อ ศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ของเมื
องที่
ไมํ
ใชํ
ศู
นย์
กลางของอํ
านาจรั
ฐ ซึ่
งเป็
นเรื่
องของ
ความสั
มพั
นธ์
ทางการเมื
องกั
บศู
นย์
กลางเป็
นหลั
ก และมั
กจะเป็
นการศึ
กษาที่
ตั
ดขาดออกจากวิ
ถี
ชี
วิ
ตของผู๎
คนสํ
วน
ใหญํ
ในท๎
องถิ่
น
ประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นจะมุํ
งศึ
กษากิ
จกรรมหรื
อประสบการณ์
ทุ
กๆด๎
านของสั
งคมใน “ท๎
องถิ่
น” โดย
ให๎
ความสํ
าคั
ญที่
ประชาชนในฐานะเป็
นผู๎
สร๎
างประวั
ติ
ศาสตร์
และเปิ
ดโอกาสให๎
ประชาชนได๎
เข๎
ามามี
สํ
วนรํ
วม
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๘๘