๑.
สภาพเศรษฐกิ
จ
สภาพเศรษฐกิ
จของตลาดสามชุ
ก ในปั
จจุ
บั
นจากการที่
ตลาดสามชุ
กเป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวเชิ
ง
อนุ
รั
กษ์
เป็
นที่
รู๎
จั
กของคนทั่
วไปแล๎
วมี
ผู๎
คนมาเยี่
ยมชมและซื้
อสิ
นค๎
าจํ
านวนมากนอกจากอาหารการกิ
นแล๎
ว จาก
การที่
คนสามชุ
กมี
สายเลื
อดของการค๎
าขายเป็
นทุ
นเดิ
มอยูํ
แล๎
วสามารถหาสิ
นค๎
าโบราณที่
หาซื้
อยากมาขายในตลาด
สามชุ
กได๎
เป็
นจํ
านวนมาก จนทํ
าให๎
บางคนบอกวํ
าจะหาซื้
อสิ
นค๎
าโบราณมาที่
สามชุ
กมี
ขายทุ
กอยํ
างไมํ
ผิ
ดหวั
ง
สิ
นค๎
าในตลาดสามชุ
กขายได๎
ทุ
กอยํ
างไมํ
วํ
าจะเป็
นที่
นอน หมอน มุ๎
ง ของใช๎
ในครั
วเรื
อนที่
ใช๎
กั
นในสมั
ยกํ
อนหรื
อ
ของเลํ
นโบราณ บางร๎
านนอกจากขายปลี
กแล๎
วยั
งขายสํ
งให๎
กั
บลู
กค๎
าอี
ก ทํ
าให๎
ตลาดสามชุ
กมี
เศรษฐกิ
จดี
มี
การ
ค๎
าขายอยํ
างตํ
อเนื่
องประชาชนมี
รายได๎
ไมํ
ขาดมื
อ มี
เงิ
นลงทุ
นหมุ
นเวี
ยน จํ
านวนร๎
านค๎
าที่
เพิ่
มขึ้
นเป็
นจํ
านวนมาก
จนทํ
าให๎
ตลาดแออั
ดมากขึ้
น มี
สิ
นค๎
าที่
หลากหลายรู
ปแบบมากขึ้
น ซึ่
งก็
ถื
อเป็
นตั
วบํ
งชี้
ได๎
วํ
าเศรษฐกิ
จของตลาด
สามชุ
กดี
ขึ้
น จากการสํ
ารวจของเทศบาลตํ
าบลสามชุ
ก เมื่
อเดื
อนตุ
ลาคม ๒๕๕๓ ปรากฏวํ
าบริ
เวณตลาดสามชุ
ก
(ซอย ๑ -๔ ถนนมิ
ตรสั
มพั
นธ์
และถนนเลี
ยบนที
) มี
ร๎
านค๎
าทั้
งสิ้
น ๓๕๑ ร๎
านเป็
นร๎
านของคนในอํ
าเภอสามชุ
ก
๓๑๐ ร๎
าน เป็
นร๎
านของคนที่
อยูํ
นอกอํ
าเภอสามชุ
ก แตํ
อยูํ
ในจั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
๒๙ ร๎
าน และเป็
นร๎
านที่
มาจาก
ตํ
างจั
งหวั
ด ๑๒ ร๎
าน จะเห็
นได๎
วํ
าไมํ
ใชํ
แตํ
คนในตลาดสามชุ
กเทํ
านั้
นที่
มี
รายได๎
เพิ่
มขึ้
นยั
งมี
คนในอํ
าเภอสามชุ
ก
คนในจั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
และจั
งหวั
ดใกล๎
เคี
ยง เข๎
ามาทํ
ามาหากิ
น ค๎
าขาย ทํ
างานและสํ
งสิ
นค๎
าที่
ผลิ
ตได๎
มาขายใน
ตลาดสามชุ
กมากขึ้
นด๎
วย โดยสรุ
ปแล๎
วสภาพเศรษฐกิ
จของสามชุ
กในภาพรวมนั
บวํ
ามี
เศรษฐกิ
จดี
ประชาชนมี
อาชี
พ มี
รายได๎
ดี
มี
เงิ
นออม
๒.
ความสั
มพั
นธ์
ภายในสามชุ
ก
ตลาดสามชุ
กในปั
จจุ
บั
น กลายเป็
นแหลํ
งศึ
กษาเรี
ยนรู๎
และเป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
มี
หนํ
วยงานภาครั
ฐ เอกชน รั
ฐวิ
สาหกิ
จ กลุํ
ม องค์
กรชุ
มชน สถาบั
นการศึ
กษา ตลอดจนนั
กทํ
องเที่
ยวทั้
งชาวไทย
และชาวตํ
างชาติ
ตํ
างมาแวะเวี
ยนเยี่
ยมชมและศึ
กษาดู
งานเพิ่
มขึ้
นเป็
นจํ
านวนมาก ทํ
าให๎
ชุ
มชนแทบไมํ
มี
เวลาพั
ก
ไมํ
มี
วั
นหยุ
ด มี
การค๎
าขายที่
ดี
ขึ้
น สํ
งผลให๎
คนวั
ยทํ
างานกลั
บมาชํ
วยพํ
อแมํ
ค๎
าขายทํ
าให๎
ครอบครั
วมี
ความอบอุํ
น
แตํ
การค๎
าขายที่
ดี
ขึ้
น กลั
บทํ
าให๎
เกิ
ดผลเสี
ย คื
อทุ
กอยํ
างเป็
นธุ
รกิ
จมากขึ้
น มี
การแขํ
งขั
นในเชิ
งธุ
รกิ
จการค๎
ามากขึ้
น
สํ
งผลให๎
คนในชุ
มชน มี
ความสั
มพั
นธ์
ที่
เปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
มที่
เคยอยูํ
กั
นอยํ
างพี่
น๎
อง ก็
เริ่
มลดน๎
อยลง เริ่
มเห็
น
แกํ
ตั
วมากขึ้
น ตํ
างคนตํ
างค๎
าขาย มุํ
งแตํ
ผลประโยชน์
ไมํ
ชํ
วยเหลื
อเกื้
อกู
ลกั
น คํ
านึ
งถึ
งแตํ
รายได๎
จนลื
มนึ
กถึ
งอดี
ตที่
ควรจดจํ
า ที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ด คนในชุ
มชนมี
เวลาให๎
กั
บกิ
จกรรมของสํ
วนรวมน๎
อยลง บางคนถึ
งกั
บไมํ
ยอมให๎
เวลากั
บ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๘๒