Page 109 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒) การจั
ดกิ
จกรรมการพั
ฒนาอยํ
างตํ
อเนื่
อง โดยมี
การประชุ
มรํ
วมกั
นระหวํ
างคณะ
กรรมการฯ กั
บแมํ
ค๎
าในตลาด และประชาชนในชุ
มชน เป็
นประจํ
าทุ
กเดื
อน โดยการประชุ
มดั
งกลํ
าวจะเป็
นการ
ประชุ
มปรึ
กษาหารื
อเพื่
อหาแนวทางในการแก๎
ไขปั
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นในตลาดสามชุ
ก เชํ
น ห๎
องน้ํ
าและที่
จอดรถไมํ
เพี
ยงพอ การเอารั
ดเอาเปรี
ยบของแมํ
ค๎
า สิ
นค๎
าที่
ขายไมํ
มี
คุ
ณภาพ แมํ
ค๎
าให๎
บริ
การไมํ
ดี
เป็
นต๎
๓) ก า รจั
ดประชุ
มสั
มมนา เพื่
อจั
ดทํ
าแผนยุ
ทธศ าสตร์
ของ ชุ
มชนตล าดส ามชุ
คณะกรรมการฯ จะมี
การจั
ดประชุ
ม สั
มมนา เพื่
อรํ
วมกั
นในการจั
ดทํ
าแผนยุ
ทธศาสตร์
ของชุ
มชนตลาดสามชุ
เป็
นประจํ
าอยํ
างตํ
อเนื่
อง โดยการประชุ
มดั
งกลํ
าวจะเชิ
ญนั
กวิ
ชาการจาก สถาบั
นตํ
าง ๆ มารํ
วมเป็
นพี่
เลี้
ยงคอยให๎
คํ
าปรึ
กษา แนะนํ
าการจั
ดทํ
าแผนยุ
ทธศาสตร์
ดั
งกลํ
าว ซึ่
งการประชุ
มดั
งกลํ
าว จะมี
การวิ
เคราะห์
ถึ
งจุ
ดอํ
อน จุ
แข็
ง โอกาส และอุ
ปสรรคในการดํ
าเนิ
นการ (SWOT Analysis) และนํ
าข๎
อมู
ลดั
งกลํ
าวมาใช๎
ในการจั
ดทํ
าแผน
ยุ
ทธศาสตร์
ในการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กอยํ
างยั่
งยื
นตํ
อไป
๔) การสร๎
างภาคี
เครื
อขํ
ายความรํ
วมมื
อ ในสํ
วนของภาคราชการ เอกชน และองค์
กรตํ
าง ๆ
ซึ่
งในชํ
วงที่
ประธานคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก (นายพงษ์
วิ
น ชั
ยวิ
รั
ตน์
) ได๎
เข๎
ามาเป็
นนายกเทศมนตรี
ตํ
าบลสามชุ
ก ก็
กํ
อให๎
เกิ
ดการประสานภาคี
เครื
อขํ
ายความรํ
วมมื
อของหนํ
วยงานภาครั
ฐมากขึ้
น ทั้
งในสํ
วนของ
หนํ
วยงานทั้
งในสํ
วนกลาง และภู
มิ
ภาค ที่
จะเข๎
ามามี
สํ
วนรํ
วมในการสนั
บสนุ
นทั้
งในด๎
านวิ
ชาการ และ
งบประมาณในการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก เชํ
น การปรั
บปรุ
งสะพานพรประชา การปรั
บปรุ
งภู
มิ
ทั
ศน์
สวนเฉลิ
พระเกี
ยรติ
เพื่
อพั
ฒนาเป็
นลานจอดรถ การสร๎
างอาคารเอนกประสงค์
และการปรั
บปรุ
งถนนในตลาดทั้
ง ๔ ซอย
ทั้
งหมดล๎
วนเกิ
ดจากการที่
หนํ
วยงานตํ
าง ๆ เข๎
ามามี
สํ
วนรํ
วมในการที่
จะพั
ฒนาให๎
ตลาดสามชุ
กเป็
นแหลํ
ทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
ที่
ยั่
งยื
นสื
บไป
๕) การจั
ดการศึ
กษาดู
งาน และแลกเปลี่
ยนองค์
ความรู๎
ตํ
าง ๆ นั
บเป็
นอี
กกิ
จกรรมหนึ่
งที่
ทํ
าให๎
ตลาดสามชุ
กเกิ
ดการพั
ฒนาอยํ
างตํ
อเนื่
อง เพราะการที่
หนํ
วยงานตํ
าง ๆ ทั้
งองค์
กรภาครั
ฐ เอกชน
สถาบั
นการศึ
กษา นั
กวิ
ชาการ นั
กศึ
กษา และองค์
กรปกครองสํ
วนท๎
องถิ่
น ฯลฯ ได๎
เข๎
ามาศึ
กษาดู
งานในตลาด
สามชุ
กอยํ
างตํ
อเนื่
อง ปี
ละไมํ
ต่ํ
ากวํ
า ๒๐๐ คณะ สํ
งผลให๎
เกิ
ดกระบวนการในการเรี
ยนรู๎
ของชุ
มชน เพราะผู๎
ที่
เข๎
ามาศึ
กษาดู
งาน ก็
จะมี
องค์
ความรู๎
ข๎
อเสนอแนะ หรื
อแนวคิ
ด ที่
แตกตํ
าง ทํ
าให๎
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กสามารถ
เรี
ยนรู๎
ถึ
งแนวทางการพั
ฒนาที่
หลากหลายมากยิ่
งขึ้
๖) การบริ
หารจั
ดการในตลาดสามชุ
ก การดํ
าเนิ
นการของคณะกรรมการฯ เป็
นงาน
อาสาสมั
คร ที่
ไมํ
มี
คํ
าตอบแทน เป็
นการทํ
างานแบบยื
ดหยุํ
น ใช๎
การมี
สํ
วนรํ
วมเป็
นหลั
ก โปรํ
งใส ตรวจสอบได๎
คํ
าใช๎
จํ
ายในการบริ
หารจั
ดการ ได๎
จากการตั้
งตู๎
บริ
จาคที่
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
บ๎
านขุ
นจํ
านงค์
ห๎
องน้ํ
าที่
ลานโพธิ์
และ
จํ
าหนํ
ายของที่
ระลึ
ก เชํ
น เสื้
อ ถุ
งผ๎
า ถ๎
วยชาม ฯลฯ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๗๙