Page 105 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ฐานทุ
นด๎
านตํ
างๆ ของชุ
มชน ทั้
งทางสถาปั
ตยกรรม วั
ฒนธรรม และภู
มิ
ปั
ญญาท๎
องถิ่
นมากกวํ
าทุ
นทางเศรษฐกิ
จากภายนอก
๕) การปรั
บปรุ
งอาคารเก่
าทางสถาปั
ตยกรรม
ซึ่
งได๎
มี
แผนและมี
การจั
ดทํ
าผั
งโมเดลอาคารเกํ
ที่
ปรั
บปรุ
งแล๎
ว รวมทั้
งได๎
สํ
ารวจความเห็
นเจ๎
าของบ๎
านในตลาดซอย ๑ - ๒ ที่
จะทํ
าการปรั
บปรุ
งซํ
อมแซมอยํ
าง
ถู
กหลั
กวิ
ชาการไว๎
ตั้
งแตํ
ปี
แรก จากนโยบายบ๎
านมั่
นคงของรั
ฐที่
เปิ
ดโอกาสให๎
เงื่
อนไขตํ
างๆ เปิ
ดกว๎
างขึ้
น ทํ
าให๎
ทุ
กฝ่
ายที่
เกี่
ยวข๎
อง ตกลงใจที่
จะผนวกโครงการพั
ฒนากลุํ
มอาคารเกํ
า เข๎
าในโครงการบ๎
านมั่
นคง แตํ
ติ
ดปั
ญหาที่
สั
ญญาเชํ
าที่
ดิ
นกั
บกรมธนารั
กษ์
ซึ่
งไมํ
เป็
นไปตามเงื่
อนไขของโครงการบ๎
านมั่
นคง โครงการจึ
งยุ
ติ
ไป ตํ
อมา
ภายหลั
งกรมศิ
ลปากรให๎
ความเห็
นวํ
า อาคารภายในตลาดสามชุ
กจั
ดเป็
นโบราณสถานประเภท “ยํ
าน
ประวั
ติ
ศาสตร์
” ทํ
าให๎
ชุ
มชนมี
ความมั่
นใจวํ
ากรมธนารั
กษ์
คงจะยุ
ติ
โครงการสร๎
างอาคารพาณิ
ชย์
หั
นกลั
บมา
อนุ
รั
กษ์
แทน จึ
งเริ่
มลงมื
อซํ
อมแซมตามแผนที่
วางไว๎
๖) การพั
ฒนาที่
อยู่
อาศั
การพั
ฒนาที่
อยูํ
อาศั
ยที่
สามชุ
กเริ่
มมาจากการตื่
นตั
วด๎
านจิ
ตสํ
านึ
ก ของ
คณะกรรมการพั
ฒนาตลาด ฯ ที่
สํ
วนใหญํ
เป็
นคนชั้
นกลางซึ่
งต๎
องการสร๎
างความมั่
นคงด๎
านที่
อยูํ
อาศั
ยให๎
กั
บชุ
มชน
ที่
บุ
กรุ
กในเขตเทศบาล ที่
มี
สถานะทางเศรษฐกิ
จ – สั
งคมด๎
อยกวํ
า ความรู๎
สึ
กนี้
ได๎
รั
บการจุ
ดประกายมาจาก
กิ
จกรรมการดู
งานและรํ
วมแลกเปลี่
ยนความรู๎
เรื่
องบ๎
านมั่
นคงกั
บชุ
มชนแหลมรุํ
งเรื
อง จั
งหวั
ดระยอง ซึ่
งเป็
นชุ
มชน
ประมงขนาดเล็
กที่
ด๎
อยโอกาส ซึ่
งรํ
วมในเครื
อขํ
ายเมื
องนํ
าอยูํ
ภาคกลาง แกนนํ
าในคณะกรรมก ารที่
สนใจได๎
เริ่
ทํ
าการศึ
กษาหลั
กเกณฑ์
รายละเอี
ยดและขั้
นตอนตํ
าง ๆ ของโครงการ ฯ มาตั้
งแตํ
ในปี
แรก และได๎
เริ่
มทํ
าการ
สํ
ารวจสภาพของชุ
มชน มาในปี
ที่
๒ จึ
งมี
การจั
ดตั้
งคณะทํ
างานบ๎
านมั่
นคงขึ้
น มี
การสํ
ารวจใน ๔ ชุ
มชน ( ชุ
มชน
เศรษฐกร ชุ
มชนระหาร ชุ
มชนบางขวาก ชุ
มชนสมเด็
จพระวั
นรั
ต) เพื่
อทราบกรรมสิ
ทธิ์
ในที่
ดิ
นและปั
ญหา
โดยเฉพาะด๎
านสาธารณู
ปโภค จากนั้
นจึ
งเป็
นการจั
ดกระบวนการกลุํ
ม สร๎
างความเข๎
าใจรํ
วมกั
นของชาวชุ
มชน
เพื่
อจั
ดตั้
งกลุํ
มออมทรั
พย์
และเพื่
อสร๎
างความมั่
นใจให๎
กั
บชาวชุ
มชนได๎
มี
การจั
ดการศึ
กษาดู
งานด๎
านที่
อยูํ
อาศั
ยที่
ชุ
มชนแหลมรุํ
งเรื
อง จั
งหวั
ดระยอง และชุ
มชนบุํ
งคุ
ก จั
งหวั
ดอุ
ตรดิ
ตถ์
๔.๓ การพั
ฒนาด้
านสิ่
งแวดล้
อม
การพั
ฒนาสภาพแวดล๎
อม และพื้
นที่
สาธารณะในเขตตลาดสามชุ
ก ได๎
ขยายออกไปสูํ
พื้
นที่
ในระดั
บชุ
มชน ได๎
แกํ
วั
ดและโรงเรี
ยน การขยายสูํ
พื้
นที่
ในชุ
มชนอื่
นมี
ฐานมาจากการที่
คณะกรรมการ
สิ่
งแวดล๎
อม มี
ตั
วแทนมาจากหลายชุ
มชน ทํ
าให๎
การวางแผนกิ
จกรรมสามารถครอบคลุ
มปั
ญหาด๎
านสิ่
งแวดล๎
อม
ในวงกว๎
างได๎
และการดํ
าเนิ
นงานก็
เป็
นไปได๎
อยํ
างคลํ
องตั
ว กิ
จกรรมเริ่
มด๎
วยการสํ
ารวจปั
ญหาน้ํ
าเสี
ยของชุ
มชน
ทํ
าให๎
ทราบจุ
ดที่
ทํ
าให๎
เกิ
ดน้ํ
าเสี
ย จากนั้
นก็
เริ่
มแก๎
ไขปั
ญหาสิ่
งแวดล๎
อมในระดั
บพื้
นที่
โดยเริ่
มขึ้
นที่
วั
ดสามชุ
กเป็
จุ
ดแรก จากการที่
เจ๎
าอาวาสวั
ดสามชุ
กมี
ความสนใจการทํ
าน้ํ
าหมั
กชี
วภาพและถั
งดั
กไขมั
นที่
ที
มสิ่
งแวดล๎
อมของ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๗๕