องค
ความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายสํ
าราญ เกิ
ดผล
๒๗
เมื่
อ พ.ศ. ๒๔๘๕ ขณะที่
นายสํ
าราญ เกิ
ดผลอายุ
ได
๑๕ ป
กองการสั
งคี
ต กรมศิ
ลปากร
ได
มี
เชิ
ญวงป
พาทย
บ
านใหม
หางกระเบนไปบรรเลงดนตรี
ณ เวที
หน
าโรงละครศิ
ลปากร วงดนตรี
บ
านใหม
หางกระเบนใช
ชื่
อวงว
า “คณะดุ
ริ
ยางคศิ
ลป
” การบรรเลงครั้
งนั้
น นายสํ
าราญ เกิ
ดผล เป
น
ผู
บรรเลงระนาดเอก ระหว
างการบรรเลงดนตรี
หลวงประดิ
ษฐ ไพเราะ (ศร ศิ
ลปบรรเลง) ได
ไปรั
บชม
และฟ
งการบรรเลงดนตรี
ของวงป
พาทย
คณะดุ
ริ
ยางคศิ
ลป
ด
วย การบรรเลงป
พาทย
รายการนี้
จึ
งมี
ความสํ
าคั
ญมากครั้
งหนึ่
ง หลั
งจากการบรรเลงครั้
งนั้
นแล
วนายสํ
าราญ เกิ
ดผลได
มี
โอกาสไปบรรเลง
ประชั
นวงกั
บวงป
พาทย
คณะต
างๆ อี
กหลายครั
้
ง ส
งผลให
นายสํ
าราญ เกิ
ดผล มี
ชื
่
อเสี
ยงในด
าน
ฝ
มื
อการบรรเลงระนาดเอก และเป
นที่
รู
จั
กกั
นทั่
วไปในวงการดนตรี
ไทย
๓.๑.๔ การศึ
กษาหลั
กการประพั
นธ
เพลงไทย
ในด
านการศึ
กษาหลั
กการประพั
นธ
เพลงไทย นายสํ
าราญ เกิ
ดผลได
ศึ
กษาจาก
นายอาจ สุ
นทร จนมี
ความรู
ในภาคทฤษฎี
จากนั
้
นจึ
งเริ
่
มฝ
กภาคปฏิ
บั
ติ
โดยนายอาจ สุ
นทร ให
นายสํ
าราญ ทดลองฝ
กประพั
นธ
เพลงใหม
จากเพลงอั
ตรา ๒ ชั้
น ใช
รู
ปแบบวิ
ธี
ยื
ดขยายทํ
านองเป
น
อั
ตรา ๓ ชั้
น และตั
ดทอนทํ
านองลงเป
นอั
ตราชั้
นเดี
ยว เพลงที่
เลื
อกประพั
นธ
คื
อเพลงสามไม
ใน
จากนั้
นจึ
งนํ
าทํ
านองเพลงทุ
กอั
ตรานั้
นมาเรี
ยบเรี
ยงเป
นเพลงเถา นั
บเป
นเพลงเถาเพลงแรกของท
าน
คุ
ณครู
ดนตรี
อี
กท
านหนึ่
งที
่
สอนวิ
ชาการประพั
นธ
เพลงให
คื
อนายพุ
ม บาปุ
ยะวาทย
นั
กดนตรี
ผู
มี
ชื่
อเสี
ยงมากท
านหนึ่
งของวงการดนตรี
ไทย โดยนายเที
ยบ คงลายทองได
นํ
านายสํ
าราญ
เกิ
ดผลไปฝากตั
วให
เป
นศิ
ษย
ของนายพุ
ม บาปุ
ยะวาทย
เพื่
อขอต
อเดี่
ยวเพลงทยอยทางระนาดเอก
ส
วนของทํ
านองฆ
องที่
เป
นเนื้
อทํ
านองเพลงทยอยนั้
น นายเที
ยบ คงลายทองเป
นผู
ต
อให
ก
อนหน
า
นั้
นแล
ว ระหว
างที่
ต
อเพลงเดี่
ยวเพลงทยอย นายสํ
าราญ เกิ
ดผลจึ
งมี
โอกาสศึ
กษาวิ
ธี
การประพั
นธ
เพลงเพิ่
มเติ
มด
วย หลั
กวิ
ชาการประพั
นธ
เพลงจากคุ
ณครู
ดนตรี
ทั้
ง ๒ ท
าน คื
อ นายอาจ สุ
นทร และ
นายพุ
ม บาปุ
ยะวาทย
ได
เป
นต
นทุ
นความรู
อย
างมากที่
นายสํ
าราญ เกิ
ดผล ใช
เป
นรากฐานในการ
ประพั
นธ
เพลงจํ
านวนมากในเวลาต
อมา
ภาพที่
๓.๓ นายสํ
าราญ เกิ
ดผล ขณะซ
อมเพลงที่
บ
าน