๕๖๒
สิ่
งเหล่
านี
้
คื
อปั
ญหาและควรจะต้
องแสวงหาความร่
วมมื
อกั
น ในการแสวงหาองค์
ความรู
้
ที่
สอดรั
บระหว่
างความเปลี่
ยนแปลงใหม่
และองค์
ความรู
้
เดิ
มให้
กลมกลื
นและเหมาะสม
กั
บชี
วิ
ตวิ
ถี
ไทย เพราะเราหยุ
ดความเปลี่
ยนแปลงของโลกไม่
ได้
นี่
คื
อการบ้
านสํ
าหรั
บนั
กวิ
ชาการ
วั
ฒนธรรม
ข้
อเสนอแนะ
๑.จากผลของการวิ
จั
ยควรนํ
าไปสู
่
การเผยแพร่
ทางวั
ฒนธรรมโดยนํ
ามาประยุ
กต์
กั
บ
การนํ
าเสนอผลการวิ
จั
ยในแง่
ที่
ผู
้
ชมมี
ส่
วนร่
วมเช่
น ข้
อมู
ลทางด้
านวั
จนะ
ที่
เป็
นข้
อมู
ลวั
ฒนธรรมทางด้
านมุ
ขปาฐะเช่
นเพลงกล่
อมเด็
ก ให้
ความรู
้
ทางด้
านเพลงกล่
อมเด็
ก
โดยให้
มี
แม่
เพลงมาร้
องให้
เด็
กๆหรื
อผู
้
สนใจฟั
ง ให้
ผู
้
ฟั
งฝึ
กร้
องเพลงกล่
อมเด็
กแล้
วแจกของที่
ระลึ
ก
ให้
เป็
นต้
น ทั
้
งนี
้
เพราะการเรี
ยนรู
้
ทางวั
ฒนธรรมเป็
นการเรี
ยนรู
้
จากสั
ญลั
กษณ์
แล้
วนํ
าไป
ปรั
บเปลี่
ยนให้
เหมาะสมกั
บเวลาและกาลสมั
ย
๒.นํ
าผลการวิ
จั
ยไปสู
่
การแสดงเช่
นการร้
องรํ
า การแสดงดนตรี
พื
้
นบ้
าน เป็
นนิ
ทรรศการ
ที่
มี
ชี
วิ
ต
๓.นํ
าผลการวิ
จั
ยไปจั
ดนิ
ทรรศการแบบสามมิ
ติ
ตั
วอย่
างเช่
นนิ
ทรรศการเกี่
ยวกั
บประเพณี
การเกิ
ดเพราะการเรี
ยนรู
้
สั
ญลั
กษณ์
ในลั
กษณะเป็
นรู
ปธรรมเข้
าใจง่
ายกว่
าลั
กษณะที่
เป็
น
นามธรรม
๔.นํ
าผลการวิ
จั
ยไปสู
่
การปฏิ
บั
ติ
จริ
งเช่
นตลาดนั
ดอาหารพื
้
นบ้
าน
การประกวดการ
ประดิ
ษฐ์
กระทงในงานประเพณี
ลอยกระทง โดยเฉพาะอย่
างยิ่
งลานวั
ฒนธรรมการเปิ
ดตลาด
นั
ด อาหารพื
้
นบ้
านได้
รั
บความสนใจอย่
างมากผู
้
เข้
าร่
วมกิ
จกรรมให้
ความสนใจมากถึ
ง ๙๕%
จึ
งสมควรจะได้
รั
บการสนั
บสนุ
นต่
อไป
๕ .สภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด องค์
กรท้
องถิ่
น เช่
นเทศบาล อบต. อบจ.กรมส่
งเสริ
ม
วั
ฒนธรรมต้
องมี
การจั
ดสรรงบประมาณให้
แก่
สภาวั
ฒนธรรมอํ
าเภอ ตํ
าบล สนั
บสนุ
นให้
มี
การ
ทํ
าวิ
จั
ย พร้
อมทั
้
งจั
ดอบรมการทํ
าวิ
จั
ยแบบมี
ส่
วนร่
วมเพื่
อให้
เกิ
ดการตื่
นตั
วรั
กและเข้
าใจใน
วั
ฒนธรรมท้
องถิ่
นของตนเองและยิ
นดี
ที่
จะเข้
ามาร่
วมกิ
จกรรมที่
ทางสภาวั
ฒนธรรมดํ
าเนิ
น
กิ
จกรรม
๖.กรมส่
งเสริ
มวั
ฒนธรรมกระทรวงวั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
ควรจั
ดการฝึ
กอบรมแนวทาง
พั
ฒนาวั
ฒนธรรมเพื่
อปรั
บเข้
าสู
่
ระบบสากลได้
อย่
างไร ให้
แก่
นั
กวิ
ชาการวั
ฒนธรรม พร้
อมทั
้
งให้
งบประมาณสนั
บสนุ
น
๗.จั
ดให้
มี
การส่
งเสริ
มการท่
องเที่
ยวในเขตเทศบาลเมื
องโดยนํ
าชมสถานที่
ประวั
ติ
ศาสตร์
ของชุ
มชนที่
มี
สถานที่
ประวั
ติ
ศาสตร์
เช่
นเมื
องในเขตพระราชฐานในอดี
ต ในยุ
คสุ
โขทั
ย เมื
องเก่
า
ในสมั
ยอยุ
ธยาเพื่
อให้
ผู
้
ชมเข้
าใจประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นของตนเองมากยิ่
งขึ
้
น