๕๐๓
เมื่
อบุ
ตรชายอายุ
ครบ ๒๐ ปี
บริ
บู
รณ์
บิ
ดามารดามี
จิ
ตศรั
ทธาเลื่
อมใสในพระพุ
ทธศาสนา มี
ความประสงค์
จะให้
ลู
กเป็
นคนดี
มี
ศี
ลธรรมจึ
งไปแจ้
งความประสงค์
กั
บพระอุ
ปั
ชฌาย์
ที่
วั
ดไตรภู
มิ
ว่
าจะ
นํ
าบุ
ตรหลานมาศึ
กษาข้
อวั
ตรปฏิ
บั
ติ
อื่
นๆเช่
น ฝึ
กหั
ดการทํ
าหน้
าที่
ของพระภิ
กษุ
ฝึ
กสอนนาค ขานนาค
ให้
ได้
เสี
ยก่
อน อย่
างน้
อยต้
องอยู
่
กั
บพระอาจารย์
ประมาณ ๗ วั
น
หลั
งจากพ่
อแม่
นํ
าบุ
ตรหลานเข้
าทํ
าการศึ
กษาและฝึ
กขานนาคกั
บพระอาจารย์
จนคล่
องแล้
วจึ
ง
ให้
อาจารย์
กํ
าหนดหาฤกษ์
วั
นบวชให้
และหาเครื่
องอั
ฐบริ
ขาร
(เครื่
องบวช)และเครื่
องใช้
อื่
นๆที่
จํ
าเป็
น
และควรจั
ดหา การบอกแขกที่
จะมาร่
วมในงานบวชจะนํ
ากรวยหมากไปบอกญาติ
พี่
น้
องและผู
้
ที่
เคารพ
นั
บถื
อแต่
ปั
จจุ
บั
นใช้
บั
ตรเชิ
ญแทนกรวยหมากและเตรี
ยมอาหารไว้
สํ
าหรั
บเลี
้
ยงแขกที่
มาร่
วมงาน บาง
คนมี
กํ
าหนดจั
ดงานบวช ๗ วั
น ๑๕ วั
น ถ้
าบุ
ตรหลานรั
บราชการจะขออนุ
ญาตทางราชการลาบวช
เข้
าพรรษาเป็
นเวลา ๓ เดื
อน
การเตรี
ยมการบวชนั
้
นจะต้
องเตรี
ยมหลายวั
น
เพราะอาหารต่
างๆไม่
ได้
มี
ซื
้
อขายอย่
างใน
ปั
จจุ
บั
นนี
้
เช่
นจะหาปลาในแม่
นํ
้
าป่
าสั
ก ในสมั
ยโบราณระหว่
างเดื
อนมกราคมนํ
้
าจะแห้
ง ชาวบ้
านจะตั
ด
กิ่
งไม้
ใส่
ลงในแม่
นํ
้
าที่
นํ
้
าลึ
ก เพื่
อที่
จะเป็
นที่
อาศั
ยของปลา ประมาณ ๒ เดื
อนก็
จะทํ
าการจั
บปลา ปลา
จะมาอาศั
ยอยู
่
เต็
มลุ
ก(กิ่
งไม้
ที่
กองอยู
่
เรี
ยกบ้
านของปลา กว้
างยาวประมาณ ๔ เมตร ) วิ
ธี
การจั
บปลา
เขานํ
าคางแหซึ่
งยาวพอล้
อมลุ
กได้
ล้
อมลุ
กนั
้
นให้
แน่
นหนา สู
งพ้
นนํ
้
าประมาณ ๑ เมตร รื
้
อกิ่
งไม้
ออก
จากลุ
กให้
หมด เสร็
จแล้
วจึ
งช่
วยกั
นจั
บปลาโดยใช้
แหหรื
อมื
องมจั
บปลา จะได้
ปลามามากมายเช่
น
ปลากด ปลาช่
อน ปลาดุ
ก ฯลฯ นอกจากหาปลาจะมี
พวกผั
ก มะพร้
าว หยวกกล้
วย หั
วปลี
จะเก็
บใน
สวนและหมากพลู
ยาสู
บจะหามาให้
พร้
อม
การกํ
าหนดจั
ดงานบวชนาคจะกํ
าหนด ๓วั
น ชาวบ้
านและญาติ
พี่
น้
องจะมาช่
วยกั
นเตรี
ยม
อาหารคาว หวาน สํ
าหรั
บเลี
้
ยงแขก วั
นแรกจะทํ
าพิ
ธี
ปลงผมนาค พ่
อแม่
และญาติ
ผู
้
ใหญ่
จะตั
ดผมนาค
นิ
ดหน่
อยเพื่
อเป็
นศิ
ริ
มงคล ต่
อจากนั
้
นพระอาจารย์
ผู
้
ฝึ
กสอนนาคจะเป็
นคนปลงผมให้
เอง และคนถื
อ
พานรองด้
วยใบบั
วเก็
บผมที่
ปลงไว้
ในพาน
เสร็
จแล้
วนํ
าไปเก็
บไว้
ที่
ต้
นโพธิ
์
เพื่
อเป็
นศิ
ริ
มงคลต่
อไป
หลั
งจากปลงผมเสร็
จแล้
วบิ
ดามารดา ญาติ
ผู
้
ใหญ่
อาบนํ
้
าให้
นาค ซึ่
งมี
เครื่
องหอมต่
างๆสบู
่
เป็
นเครื่
อง
ประกอบในการอาบนํ
้
า หลั
งจากนั
้
นนาคจะไปอาบนํ
้
าชํ
าระร่
างกายอี
กครั
้
งและแต่
งตั
วนาค(ชุ
ดขาว)
การทํ
าขวั
ญนาคจะว่
าจ้
างหมอเสริ
มมาทํ
าขวั
ญนาด ถ้
าคนรํ่
ารวยจะจ้
างหมอทํ
าขวั
ญที่
มี
ชื่
อเสี
ยงมาทํ
าขวั
ญเช่
นชิ
นกร ไกรลาศมาทํ
าขวั
ญนาค สิ่
งสํ
าคั
ญของการทํ
าขวั
ญนาคคื
อบายศรี
๗ ชั
้
น
แต่
ละชั
้
นจะบรรจุ
ข้
าวสุ
ก ปลาย่
าง ข้
าวตอกปั
้
นกลมๆ ขนมลู
กโคน ข้
าวเรี
ยง ขนมสะบั
ดงา มะพร้
าวอ่
อน
ชั
้
น ๗ ชั
้
นสู
งสุ
ดใส่
ไข่
ต้
ม ๑ ฟอง เอาผ้
าสวยงามห่
อหุ
้
มบายศรี
ไว้
บิ
ดามารดา ญาติ
ผู
้
ใหญ่
จะนั่
งล้
อมรอบ
บายศรี
ส่
วนนาคจะนั่
งพนมมื
อหมอบลงบนหมอนหั
นหน้
าไปทางหมอทํ
าขวั
ญ ซึ่
งหมอทํ
าขวั
ญจะพู
ด