บทที
่
๑
บทนํ
า
ความเป็
นมาของการวิ
จั
ย
นิ
ยามของวั
ฒนธรรมได้
แก่
อุ
ปกรณ์
และวิ
ธี
การ ที่
ใช้
เป็
นแบบอย่
างหรื
อระบบแบบแผน
เดี
ยวกั
น เพื่
อให้
ใช้
เป็
นกรอบกํ
าหนดให้
สมาชิ
กในสั
งคมเดี
ยวกั
น ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ร่
วมกั
น โดย
สิ่
งที่
กํ
าหนดขึ
้
นนั
้
น เป็
นข้
อตกลงที่
กลุ
่
มหรื
อสมาชิ
กยอมรั
บ เช่
นการใช้
ภาษาพู
ดแบบเดี
ยวกั
น
ใช้
ประเพณี
เดี
ยวกั
นและกรอบความประพฤติ
นี
้
เป็
นตั
วกํ
าหนดสารในการสื่
อสารถ่
ายทอดให้
แก่
กั
นในสั
งคมระดั
บกลุ
่
มหรื
อชุ
มชนเดี
ยวกั
นและใช้
เป็
นกรอบอ้
างอิ
งเดี
ยวกั
น
ชุ
มชนในเขตเทศบาลเมื
องมี
การปกครองในรู
ปแบบเทศบาล ซึ่
งเป็
นรู
ปแบบการปกครอง
ส่
วนท้
องถิ่
น มี
อาณาเขตครอบคลุ
มพื
้
นที่
ตํ
าบลในเมื
องทั
้
งตํ
าบล แบ่
งออกเป็
น ๑๗ เขตชุ
มชน
ย่
อยแต่
ละชุ
มชนมี
การคั
ดเลื
อกบุ
คคลเป็
นประธานชุ
มชนคั
ดเลื
อกที
มงานเป็
นคณะกรรมการ
ทํ
างานประสานกั
บทางเทศบาล ทั
้
งนี
้
เพื่
อให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมในการพั
ฒนาท้
องถิ่
นตาม
แนวทางของประชาธิ
ปไตยทั
้
ง ๑๗ ชุ
มชนมี
ความเป็
นท้
องถิ่
น มี
ระบบสั
งคม วั
ฒนธรรม
ประเพณี
มี
การสื่
อสารถ่
ายทอดมรดกทางวั
ฒนธรรมให้
แก่
สมาชิ
กในครอบครั
วและชุ
มชนแต่
ปั
จจุ
บั
นนี
้
กรอบอ้
างอิ
งทางการสื่
อสารไม่
ได้
มี
เฉพาะวั
ฒนธรรม ประเพณี
เท่
านั
้
น เพราะความ
ท่
วมท้
นของข้
อมู
ลข่
าวสารเช่
น มี
ความเจริ
ญและเทคโนโลยี
ทางด้
านวิ
ทยาศาสตร์
แปลกใหม่
น่
าสนใจมากกว่
า ดั
งนั
้
นคนรุ่
นใหม่
จึ
งไม่
สนใจสารเดิ
มคื
อประเพณี
และวั
ฒนธรรมและไม่
สนใจ
ที่
จะรั
บการถ่
ายทอดจากผู
้
รู
้
หรื
อปราชญ์
ชาวบ้
านอี
กต่
อไป
ด้
วยเหตุ
นี
้
จึ
งเห็
นสมควรให้
มี
การศึ
กษาค้
นคว้
าและวิ
จั
ยประเพณี
และ ภู
มิ
ปั
ญญาของชุ
มชนเพื่
อ
ศึ
กษากรอบแนวคิ
ดแนวทางพฤติ
กรรมทางสั
งคมว่
ามี
ระบบอย่
างไรทั
้
งในระดั
บครอบครั
วและ
ระดั
บชุ
มชนซึ่
งมี
ภู
มิ
ปั
ญญาแฝงอยู
่
ในขณะเดี
ยวกั
นบุ
คคลเหล่
านี
้
ได้
เติ
บโตอยู
่
ภายในกรอบ
ประเพณี
และวั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
มที่
มี
คุ
ณค่
า เพื่
อนํ
ามาใช้
ประโยชน์
ในการพั
ฒนาชุ
มชนอั
น
เป็
นแนวทางที่
เหมาะสมกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบไทย โดยคั
ดเลื
อกชุ
มชนที่
เป็
นประชากรตั
วอย่
างที่
มี
อายุ
มากกว่
า ๔๐ปี
ขึ
้
นไป
การวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
เป็
นแนวทางการวิ
จั
ยแบบมี
ส่
วนร่
วม(PAR)มี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อเก็
บข้
อมู
ลเกี่
ยวกั
บ
วั
ฒนธรรมท้
องถิ่
นของชุ
มชน โดยมี
วั
ดเป็
นแหล่
งความรู
้
ด้
านวั
ฒนธรรม ทั
้
งนี
้
เพราะวั
ดเป็
น
ศู
นย์
กลางของชุ
มชนการดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยในครั
้
งนี
้
จึ
งเป็
นการดํ
าเนิ
นการเก็
บข้
อมู
ลกั
บชุ
มชนโดย
มี
การวางแผนการดํ
าเนิ
นการ กํ
าหนดขอบเขตของการดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยได้
แก่
ประชากรกลุ
่
ม
ตั
วอย่
างเครื
อข่
ายวั
ฒนธรรม๑๐วั
ดและแบ่
งออกเป็
น ๖ กลุ
่
มดั
งนี
้
คื
อ