๑๙๘
วั
ดโบสถ์
ชนะมาร
วั
ดโบสถ์
ชนะมารตั
้
งอยู
่
ที่
บ้
านไร่
เหนื
อ หมู
่
ที่
๓ ตํ
าบลในเมื
อง อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ด
เพชรบู
รณ์
สั
งกั
ดคณะสงฆ์
มหานิ
กาย มี
ที่
ดิ
นตั
้
งวั
ดเนื
้
อที่
๕ ไร่
๑๐ ตารางวา อาณาเขตทิ
ศเหนื
อ
๖๐วา ติ
ดต่
อกั
บที่
ดิ
นของนายทิ
พย์
ทิ
ศใต้
ยาว ๑๒๗ เมตร ติ
ดต่
อกั
บที่
ดิ
นของนางปั
้
นหยา ทิ
ศ
ตะวั
นออกยาว ๖๐เมตรติ
ดต่
อกั
บทางหลวงจั
งหวั
ด ทิ
ศตะวั
นตกยาว๖๙ เมตร ติ
ดต่
อกั
บแม่
นํ
้
าป่
าสั
ก มี
หลั
กฐานคื
อส.ค.๑
พื
้
นที่
ตั
้
งวั
ดเป็
นที่
ราบลุ
่
ม หน้
าวั
ดมี
ทางหลวงจั
งหวั
ดผ่
าน หลั
งวั
ดมี
แม่
นํ
้
าป่
าสั
กไหลผ่
าน
ซึ่
งอยู
่
ทางทิ
ศตะวั
นตก อาคารเสนาสนะต่
างๆมี
ศาลาการเปรี
ยญ กว้
าง๑๐เมตร ยาว ๑๖ เมตร
สร้
างพ.ศ.๒๕๑๙ เป็
นอาคารไม้
กุ
ฎี
สงฆ์
จํ
านวน ๒ หลั
ง เป็
นอาคารครึ่
งตึ
กครึ่
งไม้
๑ หลั
ง
อาคารไม้
๑ หลั
ง
วั
ดโบสถ์
ชนะมาร สร้
างขึ
้
นเป็
นวั
ดนั
บตั
้
งแต่
พ.ศ. ๒๔๗๓ ชาวบ้
านเรี
ยกสั
้
นๆว่
า “วั
ด
โบสถ์
” เดิ
มที่
ตั
้
งวั
ดสั
นนิ
ษฐานว่
าเคยเป็
นที่
ตั
้
งวั
ดมาก่
อน และได้
ขาดพระสงฆ์
อยู
่
จํ
าพรรษา จึ
ง
ได้
ทรุ
ดโทรมลง กลายสภาพเป็
นวั
ดร้
าง มี
สิ่
งปรั
กหั
กพั
งปรากฏให้
เห็
นเข้
าใจว่
าอุ
โบสถเก่
า เมื่
อ
ได้
สร้
างวั
ดขึ
้
นมาใหม่
จึ
งได้
เรี
ยกกั
นว่
า”วั
ดโบสถ์
” มี
ภิ
กษุ
อยู
่
ประจํ
า๓ รู
ป สามเณร ๓ รู
ป
เจ้
าอาวาสมี
๖ รู
ปด้
วยกั
นคื
อ
รู
ปที่
๑. พระอธิ
การจิ๋
ว พ.ศ.๒๔๗๔ – ๒๔๗๙
รู
ปที่
๒ พระอธิ
การฮวด พ.ศ๒๔๘๔ - .๒๔๘๘
รู
ปที่
๓ พระอธิ
การโชติ
พ.ศ. ๒๔๙๐- ๒๔๙๖
รู
ปที่
๔ พระอธิ
การสมโภช พ.ศ. ๒๔๙๙-๒๕๐๒
รู
ปที่
๕ พระอธิ
การพู
น ผลิ
ตธม.โม พ.ศ. ๒๕๐๘ – ๒๕๑๘
รู
ปที่
๖ พระอธิ
การสอน อภิ
ญโญ รั
กษาการสื
บต่
อมา
ผู
้
ที่
ทํ
าการก่
อสร้
างวั
ดโบสถ์
ชนะมารนี
้
คื
อ “หลวงนฤสารสุ
นทร” ท่
านดํ
ารงตํ
าแหน่
งผู
้
พิ
พากษาหั
วหน้
าศาลจั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
ในสมั
ยนั
้
น วั
ดนี
้
สร้
างขึ
้
นมาประมาณ ๑๒๕ ปี
โดย
หลวงนฤสารสุ
นทร ได้
ค้
นพบว่
ามี
ฐานเนิ
นโบสถ์
อยู
่
ทางทิ
ศเหนื
อของวั
ด จึ
งเกิ
ดความศรั
ทธาขึ
้
น
ประกอบมี
พระภิ
กษุ
ได้
ธุ
ดงค์
มาพั
กปั
กกรดปฏิ
บั
ติ
ธรรมอยู
่
เป็
นนิ
ตย์
ทํ
าให้
ท่
านมี
จิ
ตศรั
ทธาที่
จะ
สร้
างวั
ดขึ
้
น จึ
งได้
ปรึ
กษากั
บลู
กหลานและให้
ลู
กหลานนํ
าทรั
พย์
มารวมกั
นตามศรั
ทธาของแต่
ละ
คน จึ
งจั
ดจ้
างกรรมการมาช่
วยส่
วนรวมกั
บกํ
าลั
งของลู
กหลานร่
วมกั
นสร้
างขึ
้
น การก่
อสร้
าง
จวนจะเสร็
จอยู
่
นั
้
น หลวงนฤสารสุ
นทรจึ
งมี
ความคิ
ดว่
าจะจั
ดเลี
้
ยงลู
กหลานและกรรมการเพื่
อ
เป็
นกํ
าลั
งใจในการทํ
างาน
บั
งเอิ
ญมี
พ่
อค้
าไอติ
มกะทิ
สดผ่
านมา ก็
จึ
งตกลงเหมาหมดและตกลงราคากั
นเรี
ยบร้
อย
แล้
ว เมื่
องานเลี
้
ยงเสร็
จสิ
้
นลง ผู
้
ขายไอติ
มเย็
นไม่
ยอมรั
บเงิ
นตามราคาที่
ตกลงแต่
คิ
ดราคา