90
น่
าน
ลั
กษณะทั่
วไป
น่
าน เป็
นเมื
องเก่
าแก่
รุ ่
นเดี
ยวกั
บสุ
โขทั
ย มี
ชื่
อเรี
ยกในสมั
ยล้
านนาอี
กชื่
อหนึ
่
งว่
า นั
นทบุ
รี
คํ
าว่
าน่
าน
สั
นนิ
ษฐานว่
ามาจาก “น่
าง” ในภาษาจี
นที่
แปลว่
า “ทิ
ศใต้
” มี
พื
้
นที่
11,472.072 ตารางกิ
โลเมตร อยู
่
ห่
างจาก
กรุ
งเทพฯ 668 กิ
โลเมตรแบ่
งการปกครองออกเป็
น 13 อํ
าเภอ และ 1 กิ ่
งอํ
าเภอ คื
อ อํ
าเภอเมื
อง อํ
าเภอเชี
ยงกลาง
อํ
าเภอทุ
่
งช้
าง อํ
าเภอท่
าวั
งผา อํ
าเภอนาน้
อย อํ
าเภอปั
ว อํ
าเภอเวี
ยงสา อํ
าเภอแม่
จริ
ม อํ
าเภอเฉลิ
มพระเกี
ยรติ
อํ
าเภอ
บ้
านหลวง อํ
าเภอนาหมื่
น อํ
าเภอ สั
นติ
สุ
ข อํ
าเภอบ่
อเกลื
อ และกิ ่
งอํ
าเภอสองแคว การเดิ
นทางไปจั
งหวั
ดน่
าน
ทางรถยนต์
ส่
วนตั
วใช้
เวลาเดิ
นทางราว 8 ชั ่
วโมง หรื
อทางรถโดยสารประจํ
าทาง และทางเครื่
องบิ
น
ประวั
ติ
ศาสตร์
เมื
องน่
าน
ในอดี
ตเป็
นนครรั
ฐเล็
ก ๆ ก่
อตั
วขึ
้
นราวกลางพุ
ทธศตวรรษที่
18 บริ
เวณที่
ราบลุ
่
มแม่
นํ
้
าน่
าน
และแม่
นํ
้
าสาขา ในหุ
บเขา ทางตะวั
นออกของภาคเหนื
อ
ประวั
ติ
ศาสตร์
เมื
องน่
าน เริ ่
มปรากฏขึ
้
นราวพ.ศ. 1825 ภายใต้
การนํ
าของพญาภู
คา ศู
นย์
การปกครอง อยู
่
ที่
เมื
อง
ย่
าง (เชื่
อกั
นว่
าคื
อบริ
เวณริ
มฝั ่
งด้
านใต้
ของแม่
นํ
้
าย่
าง ใกล้
เทื
อกเขาดอยภู
คาในเขตบ้
านเสี
้
ยว ตํ
าบลยมอํ
าเภอท่
าวั
งผา)
เพราะปรากฏร่
องรอย ชุ
มชนในสภาพที่
เป็
นคู
นํ
้
า คั
นดิ
นกํ
าแพงเมื
องซ้
อนกั
นอยู
่
ต่
อมาพระยาภู
คา ได้
ขยายอาณาเขต
ปกครองของตนออกไปให้
กว้
างขวางยิ
่
งขึ
้
นโดยส่
งราชบุ
ตรบุ
ญธรรม 2คนไปสร้
างเมื
องใหม่
โดย ขุ
นนุ
่
นผู
้
พี่
ไปสร้
าง
เมื
องจั
นทบุ
รี
(เมื
องพระบาง) และขุ
นฟองผู
้
น้
องสร้
างเมื
องวรนครหรื
อ เมื
องปั
ว
ในสมั
ยของพญาการเมื
อง (กรานเมื
อง) โอรสของพญาผานอง เมื
องปั
ว ได้
มี
การขยายตั
วมากขึ
้
น ตลอดจน
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บเมื
องสุ
โขทั
ยอย่
างใกล้
ชิ
ด พงศาวดารเมื
องน่
านกล่
าวถึ
งพญาการเมื
องว่
า ได้
รั
บเชิ
ญจากเจ้
าเมื
อง
สุ
โขทั
ย (พระมหาธรรมราชาลิ
ไท) ไปร่
วมสร้
างวั
ดหลวงอภั
ย (วั
ดอั
มพวนาราม) ขากลั
บเจ้
าเมื
องสุ
โขทั
ย ได้
พระราชทานพระธาตุ
7 องค์
พระพิ
มพ์
ทองคํ
า 20 องค์
พระพิ
มพ์
เงิ
น 20 องค์
ให้
กั
บพญาการเมื
อง มาบู
ชา ณ
เมื
องปั
วด้
วย พญาการเมื
อง ได้
ปรึ
กษาพระมหาเถรธรรมบาล จึ
งได้
ก่
อสร้
างพระธาตุ
แช่
แห้
งขึ
้
นที่
บนภู
เพี
ยงแช่
แห้
ง
พร้
อมทั
้
งได้
อพยพผู
้
คน จากเมื
องปั
ว ลงมาสร้
างเมื
องใหม่
ที่
บริ
เวณพระธาตุ
แช่
แห้
ง เรี
ยกว่
า ภู
เพี
ยงแช่
แห้
งในปี
พ.ศ.
1902 โดยมี
พระธาตุ
แช่
แห้
งเป็
นศู
นย์
กลางเมื
อง
เมื
องน่
าน มี
ที่
มาของชื่
อปรากฏในตํ
านานพระอั
มภาคว่
า " นั
นทสุ
วรรณนคร " ส่
วนในหนั
งสื
อ
ชิ
นกาลมาลี
ปกรณ์
เรี
ยกเมื
องน่
านว่
า " กาวราชนคร " นั
ยว่
าเป็
นแคว้
นของกาว อั
นหมายถึ
ง ชนชาติ
ที่
อาศั
ยอยู ่
ในแคว้
นน่
านแต่
ดึ
กดํ
าบรรพ์
และในตํ
านานเก่
าๆ เรี
ยกเมื
องน่
านอี
กคํ
าหนึ
่
งว่
า " กาวน่
าน " ต่
อมามี
การ
เรี
ยกชื่
อเมื
องน่
านว่
า " นั
นทบุ
รี
" หรื
อ " นั
นทบุ
รี
ศรี
นครน่
าน " เข้
าใจว่
า เป็
นยุ
คสมั
ยที่
พระพุ
ทธศาสนา และ