Page 71 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๑
ปลายของหวดหงายขึ
น หู
ของหวดทั
งสองข้
างนั
น ช่
างจะใช้
เชื
อกเย็
บติ
ดระหว่
างหน้
ากากกั
บหวดให้
ติ
ดกั
น จากนั
นจึ
งใช้
ผ้
ามาเย็
บปกคลุ
มส่
วนคอและส่
วนไหล่
ส่
วนบริ
เวณใบหน้
านั
นส่
วนใหญ่
มี
การตกแต่
งด้
วยการวาดภาพ
ระบายสี
หรื
อการเขี
ยนลวดลาย ส่
วนใหญ่
จะเขี
ยนด้
วยสี
น ้
ามั
นให้
เกิ
ดสี
สั
นและลวดลายที่
สวยงาม
ตามจิ
นตนาการของผู้
ท้
าแต่
ละคน ส่
วนบริ
เวณล้
าตั
วนั
นจะใช้
เศษผ้
าน้
ามาเย็
บติ
ดต่
อกั
นหลายชั
และหลายสี
ให้
เป็
นรู
ปล้
าตั
ว มี
แขนทั
งสองข้
างและขาสองข้
าง ส้
าหรั
บเสื
อผ้
าของผี
ตาโขนในอดี
ตนั
จากการศึ
กษาพบว่
า “ชาวบ้
านผู้
ละเล่
นนั
นจะใช้
เศษผ้
าห่
ม ที่
นอน หรื
อมุ้
งที่
ขาดแล้
ว น้
ามาเย็
ให้
ต่
อกั
นเป็
นเครื่
องแต่
งกายส้
าหรั
บใส่
ร่
วมกั
บหน้
ากากผี
ตาโขน หรื
ออาจใช้
จี
วรของพระสงฆ์
มาสร้
าง
แบบเครื่
องนุ่
งห่
ม” อย่
างไรก็
ตามจากการศึ
กษาพบว่
า ในการละเล่
นผี
ตาโขนในงานบุ
ญหลวงนั
มี
หน้
ากากผี
ตาโขนออกมาปรากฏให้
เห็
นในลั
กษณะและรู
ปแบบที่
หลากหลายดั
งนี
๒๒
(๑) รู
ปแบบหน้
าเกิ
ดแบบเดิ
ม คื
อมี
การใช้
วั
สดุ
และสี
แบบเดิ
มใน
ลั
กษณะของการอนุ
รั
กษ์
ทั
งจากการใช้
สี
จากธรรมชาติ
และการออกแบบเครื่
องแต่
งกาย
(๒) รู
ปแบบที่
มี
การพั
ฒนาปรั
บปรุ
งเพิ่
มเติ
ม ด้
วยการน้
าวั
สดุ
สมั
ยใหม่
ที่
แปลกๆมาร่
วมในการประดิ
ดประดอย รวมทั
งมี
การคิ
ดค้
นเทคนิ
คใหม่
ๆที่
นอกเหนื
อจาก
การระบายสี
เช่
น การแกะสลั
ก การน้
าเอาวั
สดุ
สมั
ยใหม่
อย่
างกากเพชรมาตกแต่
งประดั
บประดา
แล้
วท้
าการเคลื
อบด้
วยแล็
คเกอร์
(๓) รู
ปแบบที่
มี
การพั
ฒนาจนไม่
เหลื
อเค้
าโครงเดิ
มอยู่
เลย เป็
รู
ปแบบที่
ผู้
เล่
นนั
นมี
การคิ
ดค้
นขึ
นเองทั
งหมด แต่
มี
เป้
าหมายเพื่
อการสวมใส่
และน้
ามาเข้
าร่
วมใน
ประเพณี
ผี
ตาโขน เช่
น การท้
าหน้
ากากจากยางพาราให้
เป็
นหน้
าตาของบุ
คคลส้
าคั
ภาพที่
๔.๑๖ ลั
กษณะรู
ปแบบของ หน้
ากากผี
ตาโขนสมั
ยดั
งเดิ
มช่
วงแรก
ที่
มา พงศทร พิ
นิ
จวั
ฒน์
, หน้
า ๔๓
๒๒
ไทยโรจน์
พวงมณี
. (เมษายน-พฤษภาคม, ๒๕๔๖). หน้
ากากผี
ตาโขน.
วารสารดอกจาน.
ปี
ที่
๔ ฉบั
บที่
๔, หน้
า ๑๗-๒๓.