Page 67 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๕๗
พระราชทานวิ
สุ
งคามสี
มา เมื่
อ พ.ศ. ๒๑๑๐ ชาวบ้
านจะช่
วยกั
นปรั
บพื
นที่
ให้
เป็
นเนิ
นคล้
ายจอม
ปลวกที่
มี
เรื่
องเล่
าว่
า “เป็
นขุ
ยของพญานาค” และเชื่
อว่
า “มี
รู
ของพญานาคยั
งปรากฏอยู่
ที่
วั
ด จึ
ตั
งชื่
อวั
ดว่
า “วั
ดโพนชั
ย” ส่
วนชาวบ้
านมั
กเรี
ยกกั
นว่
า “วั
ดโพน” ถื
อว่
าเป็
นวั
ดคู่
บ้
านคู่
เมื
องด่
าน
ซ้
าย ที่
มี
การจั
ดให้
มี
งานท้
าบุ
ญเทศน์
มหาชาติ
ในเดื
อน ๗ หรื
องานบุ
ญหลวงนั่
นเอง
๑๕
๔) ผู้
เล่
นผี
ตาโขน
ผี
ตาโขนจะมี
ผู้
เล่
นเฉพาะที่
ต้
องมี
การสื
บทอดจากตระกู
เนตรผง ส่
วนผี
ตาโขนน้
อยนั
นผู้
เล่
นอาจเป็
นเด็
ก ผู้
ใหญ่
ผู้
หญิ
ง ผู้
ชาย ก็
สามารถเล่
นได้
ด้
วยการ
สวมหน้
ากากผี
ตาโขนที่
ถู
กประดิ
ษฐ์
และออกแบบขึ
น พร้
อมกั
บอุ
ปกรณ์
การเล่
นซึ่
งก็
คื
อบั
กแบ้
เมื่
อสวมหน้
ากากผู้
เล่
นก็
จะออกไปหยอกล้
อผู้
เข้
ามาร่
วมงาน ซึ่
งก็
ไม่
มี
ใครจะถื
อสา เพราะเห็
นว่
เป็
นเรื่
องของประเพณี
อย่
างไรก็
ตาม สุ
ริ
ยา บรรพลา
๑๖
กล่
าวว่
า ในเทศกาลผี
ตาโขนในอดี
ตนั
เด็
กหนุ่
มจะเข้
ามาเล่
นอย่
างสนุ
กสนาน โดยการแต่
งกายในลั
กษณะปกปิ
ดร่
างกายอย่
างมิ
ดชิ
ดโดยมี
ความเชื่
อที่
ว่
า “ผี
ป่
ามี
ความอายต่
อผู้
คนในเมื
อง จึ
งหาเศษผ้
าจากการมั
ดตราสั
ง ผ้
าจี
วรพระมาท้
เป็
นเครื่
องปกปิ
ดร่
างกาย”
๕) เครื่
องแต่
งกายผี
ตาโขน
มี
ส่
วนประกอบที่
ส้
าคั
ญคื
ส่
วนของหน้
ากาก และส่
วนของล้
าตั
ว แยกออกได้
ดั
งนี
๕.๑) ผี
ตาโขนใหญ่
หมายถึ
ง หุ่
นผี
ตาโขนที่
มี
ขนาด
ใหญ่
ชาวบ้
านในชุ
มชนจะท้
าเป็
นคู่
คื
อเป็
นรู
ปชายหนึ่
งตนและหญิ
งหนึ่
งตน ผู้
มี
หน้
าที่
ในการจั
ดท้
เป็
นตระกู
ลหนึ่
งที่
อยู่
ในอ้
าเภอด่
านซ้
าย ซึ่
งมี
หน้
าที่
ในการจั
ดท้
ามาหลายชั่
วอายุ
คน โดยที่
ช่
างใน
ตระกู
ลหนี
จะถื
อว่
าเป็
นหน้
าที่
ของตนเองที่
จะต้
องกระท้
า และถ้
าปี
ใดไม่
ท้
าก็
อาจท้
าให้
คนในตระกู
นั
นเกิ
ดภั
ยพิ
บั
ติ
ต่
าง ๆ เช่
น เจ็
บไข้
ได้
ป่
วย ฯลฯ
๑๗
จากการศึ
กษาของ สนอง อุ
ปลา
๑๘
พบว่
า การ
ท้
าผี
ตาโขนใหญ่
นั
นผู้
ที่
จะท้
าได้
ต้
องเป็
นชาวบ้
านในตระกู
ล “เนตรผง” ที่
มี
เคยจั
ดท้
ากั
นมาหลายชื่
อายุ
คน ซึ่
งผู้
สร้
างจะต้
องมี
การท้
าพิ
ธี
ขออนุ
ญาตจากผี
เจ้
านายโดยแต่
งขั
น ๕ และขั
น ๘ มาท้
าพิ
ธี
ขอต่
อเจ้
ากวน เจ้
าแม่
นางเที
ยมก่
อนจึ
งจะสร้
างได้
และจะต้
องมี
การสร้
างเป็
นเวลา ๓ ปี
ติ
ดต่
อกั
เนื่
องจากมี
ความเชื่
อว่
า “ถ้
าหากไม่
ปฏิ
บั
ติ
ตามจะท้
าให้
ผู้
สร้
างเจ็
บไข้
ได้
ป่
วย และเกิ
ดเภทภั
ยกั
บคน
ในตระกู
เมื่
อได้
รั
บอนุ
ญาตให้
สร้
างได้
ผู้
สร้
างก็
จะเตรี
ยม
อุ
ปกรณ์
อั
นประกอบด้
วย ไม้
ไผ่
กระด้
ง กระดาษ เศษผ้
า กาบมะพร้
าว ไม้
งิ
ว กาว หรื
อแป้
เปี
ยก กะลามะพร้
าว สี
ลวด และด้
าย น้
ามาด้
าเนิ
นการสร้
างในบริ
เวณพื
นที่
บ้
านของตนเอง
๑๕
ศรี
ศั
กดิ์
วั
ลลิ
โภดม. (๒๕๕๐).
ผี
กั
บพุ
ทธ ศาสนาและความเชื่
อในสั
งคมด่
านซ้
าย ดุ
ลยภาพทางจิ
ตวิ
ญญาณของ
ชาวบ้
านในลุ่
มนาหมั
น.
กรุ
เทพฯ
:
มู
ลนิ
ธิ
เล็
ก-ประไพ วิ
ริ
ยะพั
นธุ์
, หน้
า ๑๓๗.
๑๖
สุ
ริ
ยา บรรพลา. (เมษายน-พฤษภาคม, ๒๕๔๖). ผี
ตาโขนกั
บการพั
ฒนา.
วารสารดอกจาน.
ปี
ที่
๔ ฉบั
บที่
๔, หน้
๘๓-๘๙.
๑๗
ภาสิ
นี
เชื
อบุ
ญมี
. (๒๕๕๒).
การบริ
หารจั
ดการงานประเพณี
บุ
ญหลวงและการละเล่
นผี
ตาโขนเพื่
อการท่
องเที่
ยว
อาเภอด่
านซ้
ายจั
งหวั
ดเลย.
วิ
ทยานิ
พนธ์
ปริ
ญญาศิ
ลปศาสตร์
มหาบั
ณฑิ
ต สาขาวิ
ชาการจั
ดการและประเมิ
นโครงการ บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย, หน้
า๕๓.
๑๘
สนอง อุ
ปลา. (๒๕๔๖).
พั
ฒนาการประเพณี
ผี
ตาโขน อาเภอด่
านซ้
าย จั
งหวั
ดเลย.
วิ
ทยานิ
พนธ์
ปริ
ญญาศิ
ลปศาสตร์
มหาบั
ณฑิ
ต สาขาไทศึ
กษาเพื่
อการพั
ฒนา บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
ย สถาบั
นราชภั
ฏเลย, หน้
า ๑๐๗.