๑๖๗
สุ
ริ
ยา บรรพลา
๖
ได้
กล่
าวว่
า ประเพณี
ท้
องถิ่
นอย่
างงานบุ
ญเดื
อน ๖ หรื
องานบุ
ญบั๊
งไฟในงาน
ประเพณี
ผี
ตาโขนและประเพณี
ผี
ขนน ้
านั
นจะมี
ความเกี่
ยวข้
องกั
บคนทั
งหมู่
บ้
านที่
ต้
องเข้
ามาร่
วมและ
เข้
ามามี
บทบาทร่
วมกั
น ดั
งเช่
นบทบาทในการเตรี
ยมการ โดยมี
กลุ่
มพระสงฆ์
ที่
เป็
นผู้
น้
าทางจิ
ต
วิ
ญญาณและความคิ
ดเป็
นผู้
น้
า รวมถึ
งเจ้
าพ่
อกวนและเจ้
าแม่
นางเที
ยมด้
วย และเช่
นเดี
ยวกั
นที่
ผู้
น้
า
หมู่
บ้
านในแต่
หมู่
บ้
านก็
ต้
องมี
การสร้
างบั๊
งไฟขึ
นมาด้
วย จึ
งถื
อว่
าเป็
นกิ
จกรรมที่
มี
การท้
าขึ
นอย่
าง
สมั
ครใจและส่
งผลต่
อผลบุ
ญตามหลั
กความเชื่
อทางพุ
ทธศาสนาและความเชื่
อดั
งเดิ
มของชุ
มชน ดั
ง
การค้
นพบที่
ว่
า การเล่
นผี
ขนน ้
าจะเล่
นในวั
นแรม ๑ ค่้
า ซึ่
งเป็
นวั
นแรกที่
มี
การละเล่
นผี
ขนน ้
าถวาย
เจ้
าปู่
ผ่
านพิ
ภาพ และเจ้
าปู่
จิ
รมานพก่
อนการเล่
นจริ
งในช่
วงแห่
บั๊
งไฟรอบหมู่
บ้
าน และที่
รอบวั
ด
โพธิ์
ศรี
ผู้
เล่
นจะต้
องท้
าพิ
ธี
ครอบครู
ที่
ศาลผี
ประจ้
าหมู่
บ้
านนาซ่
าวโดยผ่
านร่
างทรง ส้
าหรั
บการที่
ต้
องมี
การท้
าพิ
ธี
ครอบเสี
ยก่
อนก็
เพราะด้
วยความเชื่
อถื
อและเกรงกลั
วว่
า “หากฉวยพลาดพลั
งหรื
อ
ละเลยปฏิ
บั
ติ
ตามกฏเกณฑ์
ที่
ได้
รั
บการตราไว้
ก็
อาจท้
าให้
ผู้
เล่
นเป็
นบ้
าใบ้
หรื
อล้
มหายตายจากได้
”
ส้
าหรั
บประเพณี
แห่
ต้
นดอกไม้
นั
นก็
ถื
อว่
าเป็
นประเพณี
หนึ่
งของจั
งหวั
ดเลยและ
จั
งหวั
ดในแถบลุ่
มแม่
น ้
าโขงบางจั
งหวั
ดมี
การถื
อปฏิ
บั
ติ
ในการจั
ดขึ
นมา จากการศึ
กษาพบว่
า
ประเพณี
แห่
ต้
นดอกไม้
นั
นถื
อว่
าเป็
นประเพณี
ของการเอาบุ
ญในงานบุ
ญสงกรานต์
หรื
อที่
เรี
ยกว่
า “
การเอาบุ
ญต้
นดอกไม้
” โดยชาวบ้
านจะใช้
วั
ดเป็
นศู
นย์
กลางในการปฏิ
บั
ติ
การบู
ชาด้
วยการท้
าต้
น
ดอกไม้
เป้
าหมาย คื
อ การบู
ชาการปฏิ
บั
ติ
ตามค้
าสอนของพระสั
มมาสั
มพุ
ทธเจ้
า โดยการท้
าต้
น
ดอกไม้
นั
นผู้
น้
าชุ
มชนถื
อว่
ามี
บทบาทส้
าคั
ญต่
อการรวบรวมสมาชิ
กในชุ
มชนให้
เข้
ามาร่
วมในการ
จั
ดท้
าและร่
วมท้
าบุ
ญสื
บสานงานประเพณี
ให้
อยู่
ต่
อไป อั
นแสดงให้
เห็
นถึ
งสมั
ครสมานสามั
คคี
โดยมี
ความเชื่
อความศรั
ทธาของท้
องถิ่
นเป็
นจุ
ดร่
วมสร้
างความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนในต้
าบลและหมู่
บ้
าน
ต่
างๆให้
อยู่
ด้
วยกั
นอย่
างมี
ความสุ
ขบนฐานของพิ
ธี
กรรมทางศาสนา ดั
งนั
นงานประเพณี
แห่
ต้
น
ดอกไม้
ที่
มี
การจั
ดขึ
นหลั
งวั
นสงกรานต์
หรื
อวั
นที่
๑๖ เมษายนของทุ
กปี
ก็
สามารถที่
ช่
วยสร้
าง
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างบทบาทของานกั
บชาวบ้
านและชาวบ้
านกั
บศาสนาและความเชื่
อได้
ส้
าหรั
บ
การในการจั
ดท้
าต้
นดอกไม้
นั
นใช้
เวลาในช่
วงกลางวั
นในการท้
าต้
นดอกไม้
เพราะถื
อว่
าการท้
าต้
น
ดอกไม้
นั
นเป็
นงานที่
สร้
างความสนุ
กสนานครื
นเครงให้
กั
บผู้
เข้
าร่
วมและประชาชนในหมู่
บ้
านเอง
ดั
งผลการศึ
กษาของสั
งคม พรหมศิ
ริ
๗
ที่
กล่
าวว่
า ชาวบ้
านอาฮี
ทุ
กคนให้
ความสนใจและให้
ความ
ร่
วมมื
อเป็
นอย่
างดี
แม้
ว่
าจะไม่
ได้
หามต้
นดอกไม้
ก็
ตาม และยั
งเห็
นว่
าชาวบ้
านในต้
าบลอาฮี
ต้
องการ
ที่
รั
กษา อนุ
รั
กษ์
กระบวนการ รู
ปแบบ วิ
ธี
การที่
เกี่
ยวกั
บการละเล่
นแห่
ต้
นดอกไม้
ในแบบดั
งเดิ
ม
เพราะเห็
นว่
ามี
ความเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ของชุ
มชน
อย่
างไรก็
ตามการละเล่
นในประเพณี
ท้
องถิ่
นทั
งประเพณี
ผี
ตาโขน ประเพณี
ผี
ขนน ้
า
และประเพณี
แห่
ต้
นดอกไม้
ก็
จะมี
การปรั
บปรนและเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาพของสั
งคมที่
เข้
ามา
๖
สุ
ริ
ยา บรรพลา. (๒๕๔๖).
ศึ
กษาเปรี
ยบเที
ยบองค์
ประกอบการละเล่
นท้
องถิ่
น : กรณี
ผี
ตาโขนอ้
าเภอด่
านซ้
ายกั
บผี
ขนน ้
า
บ้
านนาซ่
าว อ้
าเภอเชี
ยงคาน จั
งหวั
ดเลย.
โปรแกรมวิ
ชานาฏศิ
ลป์
คณะมนุ
ษยศาสตร์
และสั
งคมศาสตร์
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย, หน้
า
๒๑๒.
๗
สั
งคม พรหมศิ
ริ
. (๒๕๕๑).
โลกทั
ศน์
ของชาวบ้
านต่
อการละเล่
นต้
นดอกไม้
บ้
านอาฮี
ต้
าบลอาฮี
อ้
าเภอท่
าลี่
จั
งหวั
ด
เลย.
ภาควิ
ชานาฏศิ
ลป์
คณะมนุ
ษยศาสตร์
และสั
งคมศาสตร์
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย, หน้
า บทคั
ดย่
อ.