142
นั
กแสดงระบํ
าอั
ปสรา ล้
วนเป็
นผู
้
บริ
สุ
ทธิ
์
ที่
มี
รู
ปร่
าง และรู
ปโฉมงดงาม น่
ารั
ก โดยเฉพาะอย่
างยิ
่
ง คื
อ
นางอั
ปสราต้
องมี
รู
ปทรงพอๆ กั
น ไม่
อ้
วนเกิ
น ไม่
ผอมเกิ
นไป คื
อมี
รู
ปทรงดั
งนางเทพอั
ปสรที่
แกะสลั
กตามฝาผนั
งปราสาท และจะต้
องสามารถดั
ดมื
อ ดั
ดแขน ดั
ดขา ดั
ดเท้
า เอี
ยงกาย เอว หั
ว และ
คออย่
างนุ ่
มนวล อ่
อนโค้
งมากกว่
าธรรมชาติ
เพื่
อให้
สามารถแสดงตามทํ
านองท่
วงท่
าการรํ
าของ
ระบํ
า ซึ
่
งนั
กแสดงเหล่
านี
้
จะต้
องได้
รั
บการฝึ
กหั
ด และฝึ
กซ้
อมเป็
นเวลานาน ไม่
ตํ
่
ากว่
า 6-7 ปี
หรื
อ
ฝึ
กหั
ดตั
้
งแต่
มี
อายุ
7 ปี
ท่
ารํ
าระบํ
าอั
ปสรา
ท่
ารํ
าในระบํ
าอั
ปสรา คาดว่
านํ
าเอาแบบอย่
างมาจากลั
กษณะที่
อ่
อนโยนของการ
เคลื่
อนไหวของสั
ตว์
นาค หรื
อพญานาค (ภุ
ชงคลี
ลา) เพราะเขมรนั
บตั
วเองว่
า เป็
นผู
้
สื
บทอดเผ่
าพั
นธุ
์
มาจากนาค หรื
อมี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นนาค ซึ
่
งเขมรได้
เรี
ยกตั
วเองว่
า นาค เขมรสองคน เรี
ยกว่
า เขมรสอง
นาค (ในภาษาเขมรออกเสี
ยงว่
า เนี
ยก) ดั
งนั
้
น ในการรํ
าระบํ
าอั
ปสรา จะมี
ท่
วงท่
า และลั
กษณะการ
เคลื่
อนไหวคล้
ายกั
บการเคลื่
อนไหวของนาค
ท่
ารํ
าในระบํ
าอั
ปสรา ได้
ใช้
ท่
วงท่
าการรํ
าของตั
วนางที่
มี
ความอ่
อนโยน เปรี
ยบเสมื
อนไม้
บรรทั
ดโค้
ง ใช้
ทั
้
งท่
าของแขน มื
อ และนิ
้
วมื
อ ท่
าของขา และเท้
า ของเอว และก้
น ทาของลํ
าคอ
ใบหน้
า สายตา และศี
รษะ รวมทั
้
งท่
าของลํ
าตั
วด้
วย โดยทุ
กภาคส่
วนของร่
ายกายมี
การกระชั
บ และ
กลมกลื
นกั
นอย่
างเหนี
ยวแน่
น มี
การเคลื่
อนไหวทั
้
งท่
วงท่
าช้
า ท่
วงท่
าเร็
ว ให้
ถู
กต้
องตามหลั
ก
ไวยากรณ์
ของภาษาท่
า รวมทั
้
งยื
นอยู
่
บนพื
้
นฐานความงดงาม และดุ
ลยภาพ คื
อ ดุ
ลภาพระหว่
าง
ธรรมชาติ
ของบุ
คคลสั
งคม ระหว่
างกาย จิ
ตใจ และปั
ญญา นอกจากนี
้
การใช้
ท่
ารํ
าในระบํ
าอั
ปสรา
คื
อแสดงท่
าทางตรงกั
บเนื
้
อหาของบทร้
องที่
ร้
องประกอบการแสดง เป็
นบทร้
องที่
มี
เนื
้
อหาเกี่
ยวกั
บ
การชมสวนดอกไม้
โดยมี
เทพธี
ดาองค์
หนึ
่
งได้
พาพี่
เลี
้
ยงเหาะลงมาชมสวน และพู
ดถึ
งความรู
้
สึ
กเบิ
ก
บาน สบายอกสบายใจ แสดงอารมณ์
ที่
สนุ
กสนานเมื่
อเห็
นดอกไม้
ที่
สวยงาม ซึ
่
งสามารถแบ่
งท่
ารํ
าใน
ระบํ
าอั
ปสรา ดั
งนี
้
1.
ท่
าของมื
อ นิ
้
วมื
อ ข้
อมื
อ และแขน
เป็
นท่
ารํ
าที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ดที่
ใช้
ในการแสดงระบํ
าอั
ปสรา ซึ
่
งการใช้
มื
อ นิ
้
วมื
อ และแขน
เป็
นพื
้
นฐานชี
วิ
ต หรื
อชี
วิ
ตโลกธาตุ
คื
อ เกิ
ด แก่
เจ็
บ ตาย ตรงกั
บท่
ามื
อ คื
อ ใบ ยอด ดอก ผล เวลา
ผลไม้
แก่
แล้
ว สุ
กแล้
วร่
วงตกหล่
นมา แตกเป็
นเมล็
ด และงอกเป็
นใบ ยอด ดอก ผลสื
บเนื่
องต่
อไป ซึ
่
ง
สามารถแบ่
งท่
ามื
อตามทั
ศนะโลกธาตุ
ดั
งนี
้
1.1 ท่
าชี
้
ไปข้
างบน (โผล่
หน่
อ) เป็
นท่
าที่
ใช้
ในการเริ
่
มต้
นของการรํ
า หรื
อเป็
นท่
าที่
ใช้
ในการชี
้
บอกสิ ่
งต่
างๆ ให้
ผู
้
ชมรู
้
ว่
าเป็
นอะไร เช่
น ชี
้
ไปดอกไม้
ชี
้
บอกพี
้
เลี
้
ยงให้
ปฎิ
บั
ติ
ตามพระราช
บั
ญชา ซึ
่
งในการแสดงระบํ
าอั
ปสราได้
นํ
าท่
านี
้
มาใช้
เป็
นจํ
านวนมาก