Page 3 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทคั
ดย่
สํ
านั
กงานวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดกาฬสิ
นธุ
: การวิ
จั
ยแบบมี
ส่
วนร่
วมของเครื
อข่
ายวั
ฒนธรรมชุ
มชนในการบริ
หาร
จั
ดการวั
ฒนธรรม: กรณี
ศึ
กษา “คํ
าสอย” ประมวลวรรณกรรมมุ
ขปาฐะในจั
งหวั
ดกาฬสิ
นธุ
(The Research Study
of Participating Culture Network Community For Cultural Management: “ KAMSOI” for Compiling Oral
Literature in Kalasin Province)
“คํ
าสอย” เป็
นมรดกทางวั
ฒนธรรมด้
านภาษา ที่
บรรพบุ
รุ
ษได้
ถ่
ายทอดกั
นมาหลายชั
วอายุ
คนเป็
วรรณกรรมมุ
ขปาฐะที่
แฝงไว้
ด้
วยอารมณ์
ขั
น แสดงให้
เห็
นปฏิ
ภาณกวี
ของชาวบ้
านอย่
างแท้
จริ
ง คํ
าสอยมั
กจะเป็
ประโยคสั
น ๆที่
คล้
องจองกั
น กลอนสอยบางกลอนฟั
งแล้
วทํ
าให้
ทราบถึ
งปรั
ชญา ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ของ
แต่
ละท้
องถิ
การวิ
จั
ยครั
งนี
มี
วั
ตถุ
ประสงค์
(๑) เพื่
อรวบรวมคํ
าสอยที่
ได้
มาจากการพู
ดของปราชญ์
ชาวบ้
าน
นํ
ามาจั
ดเป็
นหมวดหมู
(๒) เพื่
อรั
กษาสื
บทอดวั
ฒนธรรมคํ
าสอยของจั
งหวั
ดกาฬสิ
นธุ
(๓) เพื่
อวิ
เคราะห์
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคํ
าสอยแต่
ละบทกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตในท้
องถิ
น และ (๔) เพื่
อเสริ
มสร้
างกระบวนการทํ
างานระหว่
าง
วั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดและสภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด การเก็
บรวบรวมข้
อมู
ล ใช้
วิ
ธี
การศึ
กษาข้
อมู
ลจากเอกสารและข้
อมู
ภาคสนามจากประชากรกลุ
มตั
วอย่
าง ประกอบด้
วย
ผู
รู
และหรื
อปราชญ์
ชาวบ้
าน หมอแคน หมอลํ
าและ
หมอสอย รวม ๔ กลุ ่
ม เครื่
องมื
อที่
ใช้
ในการเก็
บรวบรวมข้
อมู
ลได้
แก่
แบบสั
มภาษณ์
แบบสั
งเกต และ
แบบบั
นทึ
กการสนทนากลุ ่
ม ผลการศึ
กษา พบว่
๑. องค์
ประกอบทางด้
านวรรณกรรมของคํ
าสอย
ในด้
านฉั
นทลั
กษณ์
คํ
าสอยมี
ลั
กษณะคล้
ายกาพย์
เจ็
ดของอี
สาน กล่
าวคื
อ วรรคหนึ
งมี
จะมี
ตั
งแต่
๗ ถึ
ง ๑๐ คํ
า คํ
าสอยบทหนึ
งจะมี
กี่
วรรคก็
ได้
ขึ
นอยู
กั
บเนื
อเรื่
องที่
ต้
องกล่
าวถึ
ง ตั
งแต่
ต้
นจนจบคํ
าสุ
ดท้
ายของ
วรรคจะส่
งสั
มผั
สไปย ั
งคํ
าใดคํ
าหนึ
งในวรรคต่
อไปจนจบใจความในฉั
นทลั
กษณ์
วรรณกรรมคํ
าสอยของภาค
อี
สานไม่
บั
งคั
บ เอก โท ครุ
ลหุ
หรื
อข้
อบั
งคั
บอื่
นใดทั
งสิ
น เพราะเป็
นวรรณกรรมเสรี
ของชาวบ้
าน สร้
างโดย
ชาวบ้
าน และชาวบ้
านก็
เป็
นคนใช้
ขนบนิ
ยมในการแต่
ง ก่
อนการสอยจะต้
องมี
คํ
าขึ
นต้
นด้
วยคํ
าว่
า “สอย...สอย” ซึ
งเป็
นที่
นิ
ยมกั
อย่
างแพร่
หลาย นอกจากนั
นเพื่
อเรี
ยกความสนใจก็
จะมี
การขึ
นต้
นด้
วยการรั
วลิ
น เช่
น “ตรู
...ตรู
...ตรู
หรื
“กิ
ว...กิ
ว...ก้
วด...ก้
วด “ แล้
วต่
อด้
วยคํ
าสอย สํ
าหรั
บคํ
าลงท้
ายจะนิ
ยมลงท้
ายด้
วยคํ
าว่
า “นี่
...กะสอย” หรื
อ“ อั
นนี
...กะสอย “ หรื
อ “จั
กหน่
อยสอยอี
ก” ซึ
งจะต่
อท้
ายกลอนสอยหรื
อไม่
ก็
ได้
๒. ประเภทคํ
าสอย
คํ
าสอยจั
ดแบ่
งได้
ตามลั
กษณะประเภทคํ
าสอยคื
อ คํ
าสอยที่
ไม่
เกี่
ยวกั
บเพศ และคํ
าสอยที่
เกี่
ยว
กั
บเพศ คํ
าสอยมั
กจะใช้
ถ้
อยคํ
าตรง ๆ ชั
ดเจน ไม่
อ้
อมค้
อม กลอนสอยมั
กจะเป็
นประโยคที่
คล้
องจองกั
ตรงไปตรงมา มี
ความคมคายลึ
กซึ
ง ให้
คติ
เตื
อนใจ อาจจะเป็
นสุ
ภาษิ
ต คํ
าพั
งเพย และสาระที่
เป็
นประโยชน์
ต่
บุ
คคลในชุ
มชนเป็
นอย่
างยิ