Page 30 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๓
เครื่
องดื่
ม ได้
แก่
เหล้
า นํ
าอั
ดลม นํ
าเปล่
า ฯลฯ
เครื่
องนุ
งห่
ม ได้
แก่
ผ้
าถุ
ง ผ้
าโสร่
ง เสื
อ ฯลฯ
เครื่
องประดั
บและเครื่
องใช้
อื่
นๆ เช่
น สร้
อยทอง กระจก หวี
แป้
ง ฯลฯ
ซึ
งทั
งหมดนี
ต้
องเตรี
ยมให้
แล้
วเสร็
จตั
งแต่
วั
นแรม ๑๓ คํ
า พอถึ
งเช้
าวั
นแรม ๑๔ คํ
า ซึ
งเป็
วั
นเริ ่
มประกอบพิ
ธี
เจ้
าบ้
านจะเตรี
ยมสถานที่
โดยการปู
ที่
นอนนุ
มและปู
ทั
บด้
วยผ้
าขาวไว้
ตรงบริ
เวณห้
องโถง
กลางบ้
าน จากนั
นนํ
าเครื่
องบวงสรวงเซ่
นไหว้
จั
ดเป็
นสํ
ารั
บวางบนฟู
กนั
น เมื่
อตั
งเครื่
องบวงสรวงเซ่
นไหว้
เสร็
ก็
จะมี
ลู
กหลานที่
แยกครอบครั
วออกไปนํ
าทยอยเครื่
องบวงสรวงมาสมทบ จนกระทั
งถึ
งเวลา ๑๗.๐๐ น. ผู
เป็
ประธานในการประกอบพิ
ธี
คื
อ ปู
หรื
อ ตา หรื
อ ย่
า หรื
อ ยาย ที่
อาวุ
โสที่
สุ
ดในครอบครั
ว ก็
จะเรี
ยก
ลู
กหลานมานั ่
งล้
อมวงเครื่
องเซ่
นไหว้
นั
น และเริ
มทํ
าพิ
ธี
โดยการจุ
ดธู
ปเที
ยนปั
กที่
เชิ
งกระถางธู
ปและเชิ
งเที
ยน
และจุ
ดธู
ปอี
กจํ
านวนหนึ
งปั
กที่
เครื่
องเซ่
นไหว้
จนครบ และนํ
ากล่
าวคํ
าบู
ชาพระรั
ตนตรั
ย จากนั
นตั
งนะโม ๓
จบ และสวดชุ
มนุ
มเทวดาเพื่
อให้
มาเป็
นสั
กขี
พยานในพิ
ธี
จากนั
นผู
นํ
าประกอบพิ
ธี
จะทํ
าพิ
ธี
กรวดนํ
าโดยริ
นนํ
สะอาดลงในภาชนะที่
เตรี
ยมไว้
พร้
อมกั
บกล่
าวเชิ
ญดวงวิ
ญญาณของบรรพบุ
รุ
ษที่
ล่
วงลั
บไปแล้
ว โดยระบุ
ชื่
นามสกุ
ล และโดนตาซึ
งหมายถึ
งบรรพบุ
รุ
ษซึ
งล่
วงลั
บไปนานมากจนไม่
สามารถกล่
าวถึ
งชื่
อ นามสกุ
ลได้
ใน
การนี
ลู
กหลานและญาติ
ๆที่
นั ่
งล้
อมวงอยู
นั
นก็
จะช่
วยกั
นเรี
ยกขานด้
วยให้
มารั
บเครื่
องเซ่
นไหว้
ที่
ลู
กหลานจั
ดเตรี
ยม
มานี
หลั
งจากนั
นประมาณ ๑๐-๑๕ นาที
ซึ
งถื
อว่
าบรรพบุ
รุ
ษมารั
บเครื่
องเซ่
นไหว้
จนอิ ่
มหนํ
าสํ
าราญแล้
ว ก็
จะ
กรวดนํ
าอี
กครั
งเพื่
อเป็
นการลาบรรพบุ
รุ
การทํ
าพิ
ธี
เซ่
นไหว้
นี
จะกระทํ
าประมาณ ๓ ครั
ง คื
อ ครั
งแรกเมื่
อเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น.
ครั
งที่
สองเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. และครั
งที่
สาม เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. แต่
ก็
สามารถยื
ดหยุ
นได้
เพื่
อให้
ลู
กหลานและญาติ
ทั
งหมดได้
ทํ
าพิ
ธี
เซ่
นไหว้
อย่
างทั
วถึ
ง โดยเฉพาะผู
ที่
อยู
ห่
างไกลเดิ
นทางมาถึ
งล่
าช้
า จากนั
นก็
จะ
ถอยสํ
ารั
บกั
บข้
าวมารั
บประทานร่
วมกั
นในหมู
ญาติ
พี่
น้
อง จะคงข้
าวปลาอาหารในสํ
ารั
บไว้
เฉพาะที่
ไม่
เน่
าเสี
เป็
นบางอย่
างเท่
านั
จากนั
นเมื่
อถึ
งเวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ผู
เฒ่
าผู
แก่
ในครอบครั
วจะนํ
าลู
กหลานไปวั
ดเพื่
อรั
บศี
และฟั
งพระเจริ
ญพระพุ
ทธมนต์
โดยมี
การจุ
ดธู
ปเที
ยนเชิ
ญดวงวิ
ญญาณของโดนตาหรื
อบรรพบุ
รุ
ษไปวั
ดด้
วย
เมื่
อกลั
บจากวั
ดก็
จะมาช่
วยกั
นเตรี
ยมสิ
งของ และข้
าวปลาอาหารสํ
าหรั
บพิ
ธี
ในช่
วงเช้
าตรู
ของวั
นรุ
งขึ
น จึ
งแยก
ย ้
ายกั
นไปพั
กผ่
อน
จนกระทั
งถึ
งเวลา ๐๕.๐๐ น. ของวั
นรุ
งขึ
นซึ
งเป็
นวั
นแรม ๑๕ คํ
า สมาชิ
กในครอบครั
วจะ
พากั
นนํ
าอาหารคาว หวานซึ
งจั
ดเป็
นสํ
ารั
บ เรี
ยกว่
า “บายตะเบิ
ดตะโบร” และ “บายเบ็
น” (อาหารสํ
าหรั
บโดน
ตา) แห่
ไปวั
ดโดยมี
การจุ
ดธู
ปเที
ยนเชิ
ญดวงวิ
ญญาณของโดนตาไปด้
วย
เมื่
อไปถึ
งวั
ดพร้
อมกั
นแล้
ว ประธานก็
จะประกาศบอกเริ ่
มพิ
ธี
ทุ
กคนก็
จะจุ
ดธู
ปเที
ยนปั
กใน
สํ
ารั
บของตน ไหว้
พระรั
บศี
ลแล้
วก็
จะพิ
ธี
แห่
รอบอุ
โบสถ ๓ รอบแล้
วจึ
งนํ
า “บายตะเบิ
ดตะโบร” ถวาย