242
ได้
ทํ
าบุ
ญสุ
นทานที่
วั
ด
เพื่
อช่
วยกล่
อมเกลาจิ
ตใจให้
คิ
ดและทํ
าแต่
สิ ่
งที่
ดี
งามต่
อคนอื่
นและสั
งคม
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟนี
้
เท่
ากั
บเป็
นการผดุ
งรั
กษาศิ
ลปวั
ฒนธรรมอั
นดี
งามของท้
องถิ ่
นไว้
ไม่
ให้
สู
ญ
หายไป
ดั
งนั
้
นจากผลการวิ
จั
ยจะเห็
นว่
าประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟในยุ
คสมั
ยปั
จจุ
บั
นมี
แนวโน้
มในการดํ
ารง
อยู
่
เพราะประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นมรดกของแผ่
นดิ
นที่
บรรพบุ
รุ
ษชาวอี
สานสร้
างขึ
้
นเพื่
อช่
วยแก้
ปั
ญหา
ทั
้
งด้
านเศรษฐกิ
จและสั
งคมให้
แก่
ชาวบ้
านมาตั
้
งแต่
สมั
ยโบราณจนกระทั ่
งถึ
งปั
จจุ
บั
นอย่
างปฏิ
เสธ
ไม่
ได้
เพราะถ้
าหากว่
าท้
องถิ ่
นมี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
พู
นสุ
ขมี
เศรษฐกิ
จที่
ดี
ความเป็
นปึ
กแผ่
นก็
จะ
เกิ
ดขึ
้
นในสั
งคม เพราะเป็
นการสร้
างความรั
กความสามั
คคี
ให้
เกิ
ดขึ
้
นในหมู
่
บ้
าน การที่
ชาวบ้
านได้
มา
ช่
วยกั
นทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟนอกจากจะเกิ
ดความสนุ
กสนานรื่
นเริ
งแล้
วย ั
งได้
มี
การร่
วมแรงร่
วมใจทํ
างาน
ร่
วมกั
น ทํ
าให้
เกิ
ดการรวมพลั
งของชาวบ้
าน และเกิ
ดความรั
กความสามั
คคี
ตามมา ซึ
่
งถื
อได้
ว่
าเป็
น
ศู
นย์
รวมจิ
ตใจของชาวบ้
าน และเป็
นศู
นย์
กลางเชื่
อมโยงระหว่
างประเพณี
พิ
ธี
กรรมกั
บพุ
ทธศาสนา
อี
กด้
วย
นอกจากนั
้
นการดํ
ารงอยู
่
ของประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟอี
กประการหนึ
่
งน่
าจะเกิ
ดขึ
้
นจากผลของการ
เปลี่
ยนแปลงของกระแสโลกที่
เปลี่
ยนแปลงไปอย่
างรวดเร็
ว เป็
นสิ
่
งที่
ชี
้
ให้
เห็
นแนวโน้
มการดํ
ารงคง
อยู
่
ซึ
่
งมี
ความจํ
าเป็
นและมี
ความสํ
าคั
ญมากนั ่
นก็
คื
อ
“
การพนั
นแข่
งขั
น
”
นั
บตั
้
งแต่
การทํ
าบั
้
งไฟแข่
งขั
น
กั
นทํ
าให้
มี
คณะบั
้
งไฟที่
เป็
นอิ
สระเกิ
ดขึ
้
นหลายคณะในปั
จจุ
บั
น
ต่
างระดมทั
้
งกํ
าลั
งเงิ
นและกํ
าลั
ง
ความคิ
ดเพื่
อทํ
าบั
้
งไฟเข้
าร่
วมแข่
งขั
นชิ
งรางวั
ลทุ
กปี
ซึ
่
งจะเห็
นว่
าในปั
จจุ
บั
นนี
้
ความคิ
ดดั
งกล่
าวเข้
ามา
แทนที่
การทํ
าบั
้
งไฟเพื่
อจุ
ดประสงค์
ในการสื
บทอดและอนุ
รั
กษ์
ประเพณี
อั
นดี
งามของบรรพบุ
รุ
ษให้
คงไว้
ซึ
่
งจะเห็
นได้
ว่
าแนวโน้
มการดํ
ารงคงอยู
่
ของประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟในปั
จจุ
บั
นนั
บวั
นจะกลั
บ
กลายเป็
นการแข่
งขั
นเพื่
อชิ
งดี
ชิ
งเด่
นกั
น เพื่
อให้
สามารถครองแชมป์
และครองความเป็
นหนึ
่
งได้
หลาย
สมั
ยยิ ่
งมากเท่
าไรก็
จะยิ ่
งทํ
าให้
เกิ
ดความภาคภู
มิ
ใจมากขึ
้
นเท่
านั
้
น แนวโน้
มเช่
นนี
้
นั
บวั
นจะเพิ ่
มมาก
ขึ
้
น แต่
ถ้
าหากมองในมุ
มกลั
บกั
นการทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟเข้
าร่
วมแข่
งขั
นมี
ผลทํ
าให้
เกิ
ดการพนั
นขั
นต่
อขึ
้
น
อย่
างมิ
สามารถปฏิ
เสธได้
และเป็
นการพนั
นที่
ใช้
เงิ
นเป็
นจํ
านวนมากด้
วย การเล่
นพนั
นที่
มี
มากที่
สุ
ด
คื
อวั
นที่
มี
การจุ
ดบั
้
งไฟ เพราะว่
าจะมี
นั
กการพนั
นมาเข้
าร่
วมพนั
นจากทุ
กที่
ทุ
กท้
องถิ
่
น เพื่
อนํ
าเงิ
นมา
เล่
นพนั
นกั
นเป็
นจํ
านวนมาก ซึ
่
งนั
กการพนั
นดั
งกล่
าวนั
้
นได้
มองข้
ามคุ
ณค่
าความงดงามของประเพณี
ที่
ดี
งามมาแต่
ดั
้
งแต่
เดิ
มไปอย่
างสิ
้
นเชิ
ง
ทั
้
งย ั
งเป็
นตั
วอย่
างที่
ไม่
เหมาะสมและเป็
นการหลงมั
วเมาใน
อบายมุ
ข เป็
นการสร้
างค่
านิ
ยมที่
ไม่
ดี
และเป็
นแบบอย่
างที่
ไม่
ดี
ให้
แก่
เด็
กที่
เป็
นเยาวชนของไทย ซึ
่
ง
เด็
กในวั
นนี
้
ก็
จะเป็
นผู
้
ใหญ่
ในวั
นหน้
า เป็
นการทํ
าให้
เด็
กเหล่
านี
้
ช่
วยกั
นสื
บทอดการเล่
นพนั
นในงาน
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟต่
อไปอย่
างหลี
กเลี่
ยงไม่
ได้
เพราะความเข้
าใจผิ
ดของประเพณี
นี
้
ที่
ผู
้
ใหญ่
ได้
กระทํ
า
ให้
เห็
น และอี
กประการหนึ
่
งแนวโน้
มการส่
งเสริ
มการแข่
งขั
น และการเล่
นการพนั
นนั
่
นก็
คื
อการตั
้
ง