4
วิ
ธี
ดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ย
การศึ
กษาครั
้
งนี
้
เป็
นการวิ
จั
ยเชิ
งคุ
ณภาพ นํ
าเสนอการวิ
จั
ยด้
วยวิ
ธี
การพรรณนาวิ
เคราะห์
(
Descriptive Analysis
) เพื่
อศึ
กษาผลกระทบการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมไทยที่
มี
ต่
อประเพณี
ท้
องถิ
่
น
ของอี
สานใต้
โดยใช้
แบบสอบถามประกอบการสั
งเกต และการสั
มภาษณ์
เป็
นเครื่
องมื
อในการศึ
กษา
เพื่
อให้
บรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค์
ที่
วางไว้
วิ
ธี
การเก็
บข้
อมู
ลมี
ดั
งนี
้
1. ขั
้
นสํ
ารวจและเก็
บรวบรวมข้
อมู
ลจากเอกสาร
1.1 ขั
้
นสํ
ารวจและเก็
บรวบรวมข้
อมู
ลจากเอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
ท้
องถิ ่
น
1.2 สํ
ารวจและรวบรวมข้
อมู
ลเบื
้
องต้
น เกี่
ยวกั
บประเพณี
ท้
องถิ
่
นในกลุ ่
มไทยลาว ไทย
โคราช และไทยเขมรในจั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
และนครราชสี
มา
2.
ขั
้
นสํ
ารวจและเก็
บข้
อมู
ลภาคสนาม
โดยการใช้
การสั
มภาษณ์
และการสั
งเกต และจาก
เอกสารที่
มี
การบั
นทึ
กไว้
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษร ซึ
่
งผู
้
วิ
จั
ยจะดํ
าเนิ
นการดั
งนี
้
2.1
การสั
งเกต
ผู
้
วิ
จั
ยจะใช้
การสั
งเกต 2 แบบ คื
อ
2.1.1
การสั
งเกตแบบไม่
มี
ส่
วนร่
วม
โดยผู
้
วิ
จั
ยจะสั
งเกตการณ์
จั
ดประเพณี
ท้
องถิ
่
น
ได้
แก่
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟในกลุ
่
มไทยลาว กิ ่
งอํ
าเภอแคนดง จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
และประเพณี
แซนโดน
ตาในกลุ
่
มไทยเขมร อํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ ซึ
่
งจะใช้
วิ
ธี
การสั
งเกตวงนอกไม่
มี
ส่
วนร่
วมใน
กิ
จกรรม (
Non-Participant Observation
) ในขณะที่
กํ
าลั
งดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมอยู
่
เป็
นการสั
งเกตพฤติ
กรรม
โดยทั ่
ว ๆ ไป
2.1.2
การสั
งเกตแบบมี
ส่
วนร่
วม
(Participant Observation)
โดยผู
้
วิ
จั
ยเข้
าร่
วม
สั
งเกตและดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมต่
าง ๆ ของประเพณี
ท้
องถิ
่
น พร้
อมกั
บสั
งเกตสอบถาม เมื่
อไม่
เข้
าใจและมี
การจดบั
นทึ
ก รวบรวมข้
อมู
ล
2.2
การสั
มภาษณ์
ผู
้
วิ
จั
ยจะสั
มภาษณ์
2
แบบคื
อ
2.2.1 แบบมี
โครงสร้
าง (Structured Interview)
เป็
นการสั
มภาษณ์
ตามแบบที่
กํ
าหนดไว้
2.2.2 แบบที่
ไม่
มี
โครงสร้
าง (Un- Structured Interview)
เป็
นการสั
มภาษณ์
ไปตามสภาพแวดล้
อม